SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 ดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2026 อันดับ 4 ของอาเซียน เด่นด้านวิจัยของภาคธุรกิจ แต่บริการไอซีทียังอยู่อันดับ 130

ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจไทยลงทุนวิจัยเองมากขึ้นจนติดระดับโลก แต่ฐานด้านการศึกษา บริการดิจิทัล และเงินร่วมลงทุนยังตามหลังอยู่มาก ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ปี 2026 ซึ่งจัดทำโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จัดให้ไทยอยู่อันดับ 44 ขยับขึ้นจากอันดับ 45 ด้วยคะแนน 37.6 จาก 36.7 และเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจไทยลงทุนวิจัยเองมากขึ้นจนติดระดับโลก แต่ฐานด้านการศึกษา บริการดิจิทัล และเงินร่วมลงทุนยังตามหลังอยู่มาก ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) ปี 2026 ซึ่งจัดทำโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จัดให้ไทยอยู่อันดับ 44 ขยับขึ้นจากอันดับ 45 ด้วยคะแนน 37.6 จาก 36.7 และเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม

ในอาเซียน สิงคโปร์อยู่อันดับ 5 ของโลก มาเลเซียอันดับ 34 และเวียดนามอันดับ 43 ซึ่งแซงไทยไปหนึ่งอันดับ ฝั่งไทยมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นผู้ประสานตัวชี้วัด และกรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมประสานข้อมูล

จุดแข็งของไทยกระจุกอยู่ที่ภาคธุรกิจ ได้แก่ การวิจัยที่ภาคธุรกิจทำเองอยู่อันดับ 5 ของโลก บุคลากรวิจัยและพัฒนาในภาคธุรกิจอันดับ 7 สินเชื่อภาคเอกชนอันดับ 7 การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูงอันดับ 8 และการยื่นอนุสิทธิบัตรอันดับ 5 อนุสิทธิบัตรคือการคุ้มครองการประดิษฐ์ระดับที่ไม่ซับซ้อนมาก ซึ่งได้รับคุ้มครองเร็วกว่าสิทธิบัตรทั่วไป

จุดอ่อนที่เห็นชัดคือสัดส่วนรายจ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP อยู่อันดับ 119 การส่งออกบริการด้านไอซีทีอันดับ 130 และเงินร่วมลงทุน (venture capital) ที่ให้สตาร์ตอัปอันดับ 104 ภาพนี้สะท้อนว่าไทยผลิตและส่งออกฮาร์ดแวร์ได้ดี แต่ยังขายบริการดิจิทัลหรือซอฟต์แวร์ออกนอกประเทศได้น้อย และสตาร์ตอัปยังหาเงินทุนได้ยาก

สำหรับธุรกิจและทีมพัฒนาไทย อันดับบริการไอซีทีที่ต่ำคือโอกาสมากกว่าข้อจำกัด ธุรกิจที่ลงทุนระบบดิจิทัลของตัวเองให้ดี ทั้งระบบหลังบ้าน แอป และข้อมูล จะได้เปรียบทั้งในตลาดในประเทศและเมื่อขยายไปขายบริการในภูมิภาค ทีมงาน Smart Cyber Tech ให้คำปรึกษาวางแผนเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจ ตั้งแต่จัดลำดับว่าควรลงทุนระบบไหนก่อน ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก ฐานเศรษฐกิจ — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: ฐานเศรษฐกิจ · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดใช้ OpenThai 2.0 Legal AI ถาม-ตอบกฎหมายไทยพร้อมอ้างอิงมาตรา อ้างอิงกฎหมายกว่า 2,000 ฉบับ ใช้ฟรีผ่านบัญชี TH-AI Passport ธุรกิจไอที

เปิดใช้ OpenThai 2.0 Legal AI ถาม-ตอบกฎหมายไทยพร้อมอ้างอิงมาตรา อ้างอิงกฎหมายกว่า 2,000 ฉบับ ใช้ฟรีผ่านบัญชี TH-AI Passport

คำถามกฎหมายพื้นฐานอย่าง "สัญญาแบบนี้ผิดตรงไหน" หรือ "เรื่องนี้อยู่ในมาตราไหน" เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจเจอบ่อยแต่ค้นเองยาก ล่าสุดมีโมเดลภาษาไทยเฉพาะทางด้านกฎหมายชื่อ OpenThai 2.0 Legal เปิดให้ใช้แล้ว โดยอ้างอิงกฎหมายไทยกว่า 2,000 ฉบับ ตอบคำถามพร้อมระบุมาตราที่อ้างถึง สรุปคำพิพากษาศาลฎีกา และอ่านสัญญาที่อัปโหลดเข้าไปเพื่อชี้ประเด็นสำคัญ ใช้ได้ฟรีสำหรับผู้ที่มีบัญชี TH-AI Passport บนแพลตฟอร์ม AiPASS โดยผู้พัฒนาย้ำว่าผลลัพธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การแทนที่การปรึกษานักกฎหมาย

อ่านข่าวนี้
ชาวเน็ตไทยกังวลเรื่อง AI อะไรมากที่สุด ผลวิเคราะห์โพสต์ 26,399 ข้อความพบ 33.35% กลัวตกงาน รองลงมาคือไม่แน่ใจว่า AI ตอบถูก ปัญญาประดิษฐ์

ชาวเน็ตไทยกังวลเรื่อง AI อะไรมากที่สุด ผลวิเคราะห์โพสต์ 26,399 ข้อความพบ 33.35% กลัวตกงาน รองลงมาคือไม่แน่ใจว่า AI ตอบถูก

RealWatch Lab หน่วยวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เรียล สมาร์ท วิเคราะห์โพสต์เกี่ยวกับ AI บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของคนไทยรวม 26,399 ข้อความ ในช่วงวันที่ 1 มกราคมถึง 31 สิงหาคม 2569 พบว่าความกังวลอันดับหนึ่งคือกลัวตกงาน 33.35% ตามด้วยความไม่มั่นใจว่า AI ให้คำตอบถูกต้องและน่าเชื่อถือ 30.96% สิ่งที่ควรสังเกตคือสองเรื่องแรกรวมกันเกือบสองในสาม และเรื่องความน่าเชื่อถือแทบไล่ทันเรื่องงาน แปลว่าคนไทยไม่ได้แค่กลัว AI แต่กำลังใช้จริงและเจอปัญหาจริงด้วย

อ่านข่าวนี้
ETDA เตรียมกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนมือถือปี 2570 ยื่นวุฒิ สิทธิ และสถานะได้โดยไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรซ้ำ ธุรกิจตรวจได้ทันทีว่าเอกสารจริง ธุรกิจไอที

ETDA เตรียมกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนมือถือปี 2570 ยื่นวุฒิ สิทธิ และสถานะได้โดยไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรซ้ำ ธุรกิจตรวจได้ทันทีว่าเอกสารจริง

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศแผนปี 2570 ที่จะทำให้คนไทยเก็บเอกสารรับรอง เช่น วุฒิการศึกษา สิทธิสวัสดิการ หรือสถานะต่าง ๆ ไว้ในกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือ แล้วยื่นให้หน่วยงานหรือธุรกิจตรวจสอบได้ทันทีว่าเอกสารนั้นใครเป็นผู้ออก เป็นของจริง และไม่ถูกแก้ไข สำหรับคนทั่วไปคือไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนทิ้งไว้กับหลายหน่วยงานอีก ส่วนธุรกิจคือลดต้นทุนการตรวจเอกสารและความเสี่ยงจากเอกสารปลอม

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน