SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

เปิดใช้ OpenThai 2.0 Legal AI ถาม-ตอบกฎหมายไทยพร้อมอ้างอิงมาตรา อ้างอิงกฎหมายกว่า 2,000 ฉบับ ใช้ฟรีผ่านบัญชี TH-AI Passport

คำถามกฎหมายพื้นฐานอย่าง "สัญญาแบบนี้ผิดตรงไหน" หรือ "เรื่องนี้อยู่ในมาตราไหน" เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจเจอบ่อยแต่ค้นเองยาก ล่าสุดมีโมเดลภาษาไทยเฉพาะทางด้านกฎหมายชื่อ OpenThai 2.0 Legal เปิดให้ใช้แล้ว โดยอ้างอิงกฎหมายไทยกว่า 2,000 ฉบับ ตอบคำถามพร้อมระบุมาตราที่อ้างถึง สรุปคำพิพากษาศาลฎีกา และอ่านสัญญาที่อัปโหลดเข้าไปเพื่อชี้ประเด็นสำคัญ ใช้ได้ฟรีสำหรับผู้ที่มีบัญชี TH-AI Passport บนแพลตฟอร์ม AiPASS โดยผู้พัฒนาย้ำว่าผลลัพธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การแทนที่การปรึกษานักกฎหมาย

คำถามกฎหมายพื้นฐานอย่าง "สัญญาแบบนี้ผิดตรงไหน" หรือ "เรื่องนี้อยู่ในมาตราไหน" เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจเจอบ่อยแต่ค้นเองยาก ล่าสุดมีโมเดลภาษาไทยเฉพาะทางด้านกฎหมายชื่อ OpenThai 2.0 Legal เปิดให้ใช้แล้ว โดยอ้างอิงกฎหมายไทยกว่า 2,000 ฉบับ ตอบคำถามพร้อมระบุมาตราที่อ้างถึง สรุปคำพิพากษาศาลฎีกา และอ่านสัญญาที่อัปโหลดเข้าไปเพื่อชี้ประเด็นสำคัญ ใช้ได้ฟรีสำหรับผู้ที่มีบัญชี TH-AI Passport บนแพลตฟอร์ม AiPASS โดยผู้พัฒนาย้ำว่าผลลัพธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การแทนที่การปรึกษานักกฎหมาย

ผู้พัฒนาคือบริษัท iApp Technology ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) โดยพัฒนาบนเทคโนโลยี NVIDIA NeMo และทำงานร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ภายใต้โครงการ ThaiLLM จุดที่ต่างจากการถามแชตบอตทั่วไปคือโมเดลถูกปรับเฉพาะทางกับตัวบทกฎหมายไทย และออกแบบให้ตอบพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้

ความสามารถที่ระบุไว้มี 4 อย่าง คือ ตอบคำถามกฎหมายพร้อมอ้างมาตราที่เกี่ยวข้อง อธิบายตัวบทให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจ ค้นและสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา และวิเคราะห์สัญญาหรือเอกสารที่อัปโหลดเข้าไปเพื่อดึงประเด็นสำคัญออกมา สองข้อหลังคือส่วนที่ธุรกิจน่าจะใช้บ่อยที่สุด เพราะการอ่านสัญญาฉบับยาวเพื่อหาข้อที่ต้องระวังเป็นงานที่กินเวลาและมักถูกข้าม

การเข้าใช้งานผูกกับบัญชี TH-AI Passport บนแพลตฟอร์ม aipass.go.th ซึ่งเปิดให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปลงทะเบียน โดยผู้ที่ลงทะเบียนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้สิทธิ์ใช้ระดับ Innovator ฟรี 30 วัน การผูกกับบัญชีกลางแบบนี้ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสมัครบริการ AI แยกรายตัว แต่ก็แปลว่าการใช้งานถูกบันทึกกับบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้ว

ข้อควรระวังที่ผู้พัฒนาระบุเองคือ ผลลัพธ์จาก AI เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายได้ โดยเฉพาะเรื่องที่มีข้อพิพาทหรือมีผลผูกพันทางกฎหมาย ข้อจำกัดนี้ตรงกับสิ่งที่คนไทยกังวลเป็นอันดับสองจากผลสำรวจความเห็นบนโซเชียลมีเดียเมื่อต้นเดือน คือไม่มั่นใจว่า AI ตอบถูกหรือไม่ การมีอ้างอิงมาตราให้ตรวจสอบจึงสำคัญกว่าการตอบลื่นไหล

สำหรับองค์กรไทยที่คิดจะนำเครื่องมือแบบนี้เข้ามาใช้ สิ่งที่ควรทำก่อนคือกำหนดให้ชัดว่าเอกสารประเภทไหนอัปโหลดขึ้นบริการภายนอกได้และประเภทไหนห้าม เพราะสัญญาและเอกสารภายในมักมีข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาซึ่งอยู่ภายใต้ PDPA และควรวางขั้นตอนให้คนตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้จริงเสมอ ทีมงาน Smart Cyber Tech ให้บริการที่ปรึกษาด้านการนำ AI มาใช้ในองค์กร ตั้งแต่เลือกงานที่เหมาะ วางกติกาการใช้ข้อมูล จนถึงเชื่อมระบบเข้ากับงานเดิม ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก ฐานเศรษฐกิจ — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: ฐานเศรษฐกิจ · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวเน็ตไทยกังวลเรื่อง AI อะไรมากที่สุด ผลวิเคราะห์โพสต์ 26,399 ข้อความพบ 33.35% กลัวตกงาน รองลงมาคือไม่แน่ใจว่า AI ตอบถูก ปัญญาประดิษฐ์

ชาวเน็ตไทยกังวลเรื่อง AI อะไรมากที่สุด ผลวิเคราะห์โพสต์ 26,399 ข้อความพบ 33.35% กลัวตกงาน รองลงมาคือไม่แน่ใจว่า AI ตอบถูก

RealWatch Lab หน่วยวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เรียล สมาร์ท วิเคราะห์โพสต์เกี่ยวกับ AI บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของคนไทยรวม 26,399 ข้อความ ในช่วงวันที่ 1 มกราคมถึง 31 สิงหาคม 2569 พบว่าความกังวลอันดับหนึ่งคือกลัวตกงาน 33.35% ตามด้วยความไม่มั่นใจว่า AI ให้คำตอบถูกต้องและน่าเชื่อถือ 30.96% สิ่งที่ควรสังเกตคือสองเรื่องแรกรวมกันเกือบสองในสาม และเรื่องความน่าเชื่อถือแทบไล่ทันเรื่องงาน แปลว่าคนไทยไม่ได้แค่กลัว AI แต่กำลังใช้จริงและเจอปัญหาจริงด้วย

อ่านข่าวนี้
ไปรษณีย์ไทยเปิดตัว D/ID รหัส 6 หลักแทนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรบนกล่องพัสดุ ทดลองกับพนักงาน 24,000 คนแล้ว เตรียมเปิดให้ประชาชนใช้ทั่วไปต้นปี 2570 ธุรกิจไอที

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัว D/ID รหัส 6 หลักแทนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรบนกล่องพัสดุ ทดลองกับพนักงาน 24,000 คนแล้ว เตรียมเปิดให้ประชาชนใช้ทั่วไปต้นปี 2570

ไปรษณีย์ไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดตัวระบบ D/ID เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นรหัสดิจิทัล 6 หลักพร้อม QR Code ที่ใช้เขียนบนกล่องพัสดุแทนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับ เพื่อไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวติดอยู่บนกล่องที่ผ่านมือคนจำนวนมากและถูกทิ้งไว้หน้าบ้าน ตอนนี้ทดลองใช้กับบุคลากรของไปรษณีย์ไทยกว่า 24,000 คนแล้ว ประชาชนดาวน์โหลดและสร้างรหัสของตัวเองได้ และมีเป้าหมายเปิดให้บริการเป็นการทั่วไปภายในไตรมาสแรกของปี 2570

อ่านข่าวนี้
OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra โมเดลใช้คอมพิวเตอร์แทนคน เริ่มปล่อยให้องค์กรก่อน ราคา API สูงกว่ารุ่นก่อน 2.5 เท่า ปัญญาประดิษฐ์

OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra โมเดลใช้คอมพิวเตอร์แทนคน เริ่มปล่อยให้องค์กรก่อน ราคา API สูงกว่ารุ่นก่อน 2.5 เท่า

OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 วางตำแหน่งเป็นโมเดลที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้เหมือนคน ทั้งเปิดโปรแกรม กรอกฟอร์ม และทดสอบเว็บ เริ่มปล่อยให้ลูกค้าองค์กรในโครงการ Daybreak ก่อน แล้วทยอยเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT แบบเสียเงินและ API ในไม่กี่วันถัดไป

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน