ชาวเน็ตไทยกังวลเรื่อง AI อะไรมากที่สุด ผลวิเคราะห์โพสต์ 26,399 ข้อความพบ 33.35% กลัวตกงาน รองลงมาคือไม่แน่ใจว่า AI ตอบถูก
RealWatch Lab หน่วยวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เรียล สมาร์ท วิเคราะห์โพสต์เกี่ยวกับ AI บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของคนไทยรวม 26,399 ข้อความ ในช่วงวันที่ 1 มกราคมถึง 31 สิงหาคม 2569 พบว่าความกังวลอันดับหนึ่งคือกลัวตกงาน 33.35% ตามด้วยความไม่มั่นใจว่า AI ให้คำตอบถูกต้องและน่าเชื่อถือ 30.96% สิ่งที่ควรสังเกตคือสองเรื่องแรกรวมกันเกือบสองในสาม และเรื่องความน่าเชื่อถือแทบไล่ทันเรื่องงาน แปลว่าคนไทยไม่ได้แค่กลัว AI แต่กำลังใช้จริงและเจอปัญหาจริงด้วย
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจหมวด: ปัญญาประดิษฐ์
RealWatch Lab หน่วยวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เรียล สมาร์ท วิเคราะห์โพสต์เกี่ยวกับ AI บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของคนไทยรวม 26,399 ข้อความ ในช่วงวันที่ 1 มกราคมถึง 31 สิงหาคม 2569 พบว่าความกังวลอันดับหนึ่งคือกลัวตกงาน 33.35% ตามด้วยความไม่มั่นใจว่า AI ให้คำตอบถูกต้องและน่าเชื่อถือ 30.96% สิ่งที่ควรสังเกตคือสองเรื่องแรกรวมกันเกือบสองในสาม และเรื่องความน่าเชื่อถือแทบไล่ทันเรื่องงาน แปลว่าคนไทยไม่ได้แค่กลัว AI แต่กำลังใช้จริงและเจอปัญหาจริงด้วย
ความกังวล 5 อันดับแรกจากการวิเคราะห์ ได้แก่ กลัวตกงานหรือถูกแทนที่ 33.35% ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของ AI 30.96% ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจและสังคม 15.15% ทักษะของคนถดถอยเพราะพึ่งพา AI 15.03% และความเป็นส่วนตัวกับความปลอดภัยของข้อมูล 5.51% ข้อความที่สะท้อนความกังวลอันดับแรกได้ชัดคือคำถามทำนอง "ถ้า AI มาแทนคนทำงาน แล้วคนจะทำอะไร"
ในด้านการใช้งาน ข้อมูลที่อ้างถึงในรายงานระบุว่าสัดส่วนคนไทยวัยทำงานที่ใช้ AI เพิ่มจาก 9.1% ในครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 และไทยมีอัตราการเติบโตของการใช้ AI เป็นอันดับสองของโลก รองจากเกาหลีใต้ ส่วนงานที่คนไทยใช้ AI มากที่สุดคืองานสร้างสรรค์ 36.01% งานจัดการเอกสาร 31.07% และการปรับขั้นตอนการทำงานในองค์กร 13.61%
ภาพที่ได้จากตัวเลขชุดนี้คือ AI กำลังเข้ามาในงานประจำวันของคนไทยเร็ว แต่ความเชื่อใจยังตามไม่ทัน ความกังวลเรื่องความถูกต้องที่สูงถึงเกือบ 31% บอกว่าผู้ใช้เจอคำตอบที่ผิดหรือแต่งขึ้นมาเองแล้ว ขณะที่ความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวที่ต่ำเพียง 5.51% อาจไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่แปลว่าคนทั่วไปยังไม่เห็นความเสี่ยงของการวางข้อมูลลูกค้าหรือเอกสารภายในลงในเครื่องมือ AI สาธารณะ
ข้อจำกัดของการศึกษานี้คือเป็นการวิเคราะห์สิ่งที่คนโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แบบสอบถามที่สุ่มตัวอย่าง จึงสะท้อนเสียงของคนที่เลือกพูดถึง AI ในที่สาธารณะเป็นหลัก แต่ก็เป็นตัวชี้ที่ดีว่าเรื่องไหนที่คนพูดถึงมากที่สุดในช่วงแปดเดือนแรกของปี
สำหรับองค์กรไทยที่กำลังนำ AI มาใช้ ตัวเลขนี้ชี้สองเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน เรื่องแรกคือสื่อสารกับพนักงานให้ชัดว่า AI จะรับงานส่วนไหน และคนจะย้ายไปทำงานส่วนไหนที่มีคุณค่าสูงขึ้น เรื่องที่สองคือออกแบบระบบให้มีคนตรวจผลลัพธ์ของ AI ในจุดที่ความผิดพลาดมีต้นทุนสูง และกำหนดกติกาว่าข้อมูลแบบไหนห้ามส่งเข้าเครื่องมือ AI สาธารณะ ทีมงาน Smart Cyber Tech ให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและการนำ AI มาใช้ในองค์กร ตั้งแต่เลือกงานที่เหมาะจนวางขั้นตอนตรวจสอบ ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ