SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

วางระบบ DevOps
และ CI/CD

ทีมงาน Smart Cyber Tech วางระบบ DevOps และ CI/CD ที่เปลี่ยนการ Deploy ที่ต้องรอเสาร์อาทิตย์และลุ้นทุกครั้ง ให้กลายเป็นงานประจำที่ทำได้ทุกวัน ด้วยไปป์ไลน์ทดสอบและปล่อยงานอัตโนมัติ ที่ย้อนกลับเวอร์ชันเดิมได้ในไม่กี่นาทีเมื่อเกิดปัญหา

จอคอมพิวเตอร์แสดงหน้าไปป์ไลน์ CI ที่มีขั้นตอนเรียงกันและเครื่องหมายถูกสีเขียว

ภาพรวมบริการ

การส่งมอบซอฟต์แวร์
ที่เสี่ยงน้อยลง

หลายองค์กรกลัวการ Deploy เพราะทุกครั้งคือความเสี่ยง จึงเลือกปล่อยงานทีละก้อนใหญ่ปีละไม่กี่ครั้ง ซึ่งยิ่งทำให้แต่ละครั้งเสี่ยงกว่าเดิม DevOps แก้ปัญหานี้ด้วยหลักการตรงกันข้าม — ปล่อยทีละนิดแต่บ่อยครั้ง ผ่านระบบทดสอบอัตโนมัติที่จับปัญหาได้ก่อนถึงมือผู้ใช้

ในบริบททีมพัฒนาไทย ปัญหาที่เราเห็นบ่อยไม่ใช่ขาดเครื่องมือ แต่คือขั้นตอนที่อยู่ในหัวของคนคนเดียว การ Deploy ที่ต้องรอคนนั้นว่าง และสภาพแวดล้อมทดสอบที่ไม่เหมือนของจริง ทำให้บั๊กโผล่หลังปล่อยงาน DevOps ที่ดีจึงเริ่มจากทำให้ขั้นตอนเหล่านี้เป็นโค้ดที่ใครก็รันได้และตรวจสอบย้อนหลังได้ ไม่ใช่การซื้อแพลตฟอร์มราคาแพงมาติดตั้ง

  • ลดเวลา Deploy เหลือหลักนาทีจากกระบวนการที่ใช้คนหลายชั่วโมง เหลือกดปุ่มเดียวและรอไม่กี่นาที
  • ย้อนกลับได้ทันทีถ้าเวอร์ชันใหม่มีปัญหา กลับไปเวอร์ชันเดิมได้ภายในไม่กี่นาที
  • รู้ปัญหาก่อนลูกค้าโทรมาระบบมอนิเตอร์แจ้งเตือนทีมทันทีที่ค่าผิดปกติ ไม่ต้องรอผู้ใช้ร้องเรียน

เหมาะกับใคร

ควรวางระบบ DevOps และ CI/CD
เมื่อทีมอยู่ใน6 สถานการณ์นี้

อาการที่ทีมพัฒนาติดต่อเราบ่อยที่สุด ถ้าคุณพบข้อใดข้อหนึ่ง การวางไปป์ไลน์มักคืนทุนภายในไม่กี่เดือนจากเวลาที่ทีมได้กลับมา

Deploy ต้องทำนอกเวลาและกลัวทุกครั้ง

ปล่อยงานทีละก้อนใหญ่ปีละไม่กี่ครั้ง ต้องมีคนเฝ้าคืนวันเสาร์ และไม่มีวิธีย้อนกลับที่แน่ใจได้ นี่คือสัญญาณแรกที่ควรวาง CI/CD

ไม่มีการทดสอบอัตโนมัติ

ทุกครั้งที่แก้โค้ดต้องให้คนทดสอบมือทั้งระบบ หรือไม่ทดสอบเลย บั๊กจึงไปโผล่ที่ลูกค้า เราวางชุดทดสอบให้รันเองทุกครั้งก่อน Deploy

หลายทีมหลายระบบ ต่างคนต่างทำ

องค์กรที่แต่ละทีมมีวิธี Deploy ของตัวเอง ต้องการมาตรฐานเดียวที่ทีมใหม่เรียนรู้ได้ในวันแรก และผู้บริหารเห็นสถานะทุกระบบจากที่เดียว

ต้องปล่อยฟีเจอร์ทุกวันเพื่อแข่งขัน

สตาร์ตอัพและธุรกิจดิจิทัลที่ต้องทดลองเร็ว ต้องการปล่อยงานเล็ก ๆ วันละหลายครั้งอย่างปลอดภัย พร้อมเปิดฟีเจอร์ให้ผู้ใช้บางกลุ่มก่อน

ระบบล่มแล้วไม่รู้สาเหตุ

ขาดบันทึกและตัวชี้วัดที่รวมศูนย์ ทุกครั้งที่มีปัญหาต้องไล่ดูทีละเครื่อง เราวางระบบเฝ้าระวังให้เห็นสาเหตุภายในไม่กี่นาทีและแจ้งเตือนก่อนลูกค้าโทรมา

องค์กรที่ต้องมีหลักฐานการตรวจสอบ

ธนาคาร ประกัน และหน่วยงานที่ถูกกำกับ ต้องบอกได้ว่าใครเปลี่ยนอะไรเมื่อไรและผ่านการอนุมัติหรือไม่ ไปป์ไลน์ที่ดีให้บันทึกเหล่านี้โดยอัตโนมัติ

ขอบเขตงาน

งานที่ครอบคลุมตลอดสายส่งมอบ

เริ่มจากจุดที่เจ็บที่สุดก่อนได้ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดในครั้งเดียว

จอแสดงไปป์ไลน์ที่แต่ละขั้นผ่านครบเป็นเครื่องหมายถูกสีเขียว

CI/CD Pipeline

วางไปป์ไลน์ตั้งแต่ commit จนถึง production พร้อมทดสอบอัตโนมัติทุกชั้นและการอนุมัติก่อนขึ้นระบบจริง

วิศวกรแพลตฟอร์มเขียนโค้ดกำหนดโครงสร้างพื้นฐานบนหน้าจอ

Infrastructure as Code

อธิบายโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเป็นโค้ด สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ที่เหมือนกันเป๊ะได้ในไม่กี่นาที

ผังแสดงคลัสเตอร์ที่บรรจุคอนเทนเนอร์หลายตัวและขยายตามโหลด

Container & Cloudflare

ย้ายระบบเข้าคอนเทนเนอร์ แล้วส่งทราฟฟิกผ่าน Cloudflare ที่รับโหลดจริงและขยายให้อัตโนมัติ

จอขนาดใหญ่บนผนังห้องปฏิบัติการแสดงกราฟเฝ้าระวังระบบและรายการล็อก

Observability

รวม Log, Metric และ Trace ไว้ที่เดียว พร้อมแดชบอร์ดที่ทีมคุณอ่านเข้าใจ

วิศวกรตรวจผลสแกนช่องโหว่อัตโนมัติที่แทรกอยู่ในทุกรอบการติดตั้ง

DevSecOps

แทรกการสแกนช่องโหว่ของโค้ดและไลบรารีเข้าไปในทุกรอบการ Deploy โดยอัตโนมัติ

วิศวกรอาวุโสสอนงานเพื่อนร่วมทีมสามคนที่มารวมกันหน้าจอเดียว

อบรมและถ่ายทอดให้ทีมภายใน

ถ่ายทอดวิธีทำงานให้ทีมของคุณดูแลไปป์ไลน์ต่อเองได้ ไม่ต้องพึ่งเราตลอดไป

สิ่งที่ส่งมอบ

วาง DevOps กับเรา
คุณได้อะไรกลับไปบ้าง

เป้าหมายของงานคือทีมของคุณทำเองได้หลังเราถอยออก ของที่ส่งมอบจึงเป็นโค้ดและเอกสารทั้งหมด ไม่มีอะไรอยู่ในหัวใคร

  • ไปป์ไลน์ CI/CD พร้อมใช้ตั้งแต่ตรวจโค้ด ทดสอบ สร้าง Container ปล่อยขึ้นสภาพแวดล้อมทดสอบและของจริง จนถึงย้อนกลับเวอร์ชันเดิมด้วยคำสั่งเดียว อยู่ใน repository ของคุณ
  • โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ดเซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย และการตั้งค่าทั้งหมดเขียนด้วย Terraform หรือ Ansible สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ที่เหมือนของจริงได้ทุกครั้งที่ต้องการ
  • แดชบอร์ดเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนรวมบันทึก ตัวชี้วัด และการติดตามคำขอไว้ที่เดียว พร้อมกฎแจ้งเตือนที่ปรับให้ไม่รบกวนทีมโดยไม่จำเป็น และแดชบอร์ดตัวชี้วัด DORA
  • มาตรฐานการทำงานร่วมกันแนวทางแยกสาขาโค้ด การรีวิว การตั้งชื่อเวอร์ชัน และรายการตรวจก่อนปล่อยงาน เขียนเป็นเอกสารสั้นที่ทีมใช้จริง
  • การตรวจความปลอดภัยในไปป์ไลน์สแกนช่องโหว่ของไลบรารีและ Container ตรวจความลับที่หลุดเข้าโค้ด และบล็อกการปล่อยงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์อัตโนมัติ
  • คู่มือปฏิบัติงานและอบรมจนทีมทำเองได้ขั้นตอนเมื่อ Deploy ล้มเหลว เมื่อระบบล่ม และเมื่อต้องเพิ่มระบบใหม่เข้าไปป์ไลน์ พร้อมอบรมและอยู่เป็นพี่เลี้ยงช่วงเปลี่ยนผ่าน
อินโฟกราฟิกวงจร DevOps รูปเลขแปดแนวนอน แสดงขั้นตอนตั้งแต่วางแผนถึงมอนิเตอร์
วงจร DevOps ที่เราวางให้ทุกโปรเจกต์

วิธีทำงาน

เครื่องมือในแต่ละขั้น

DevOps ไม่ใช่เครื่องมือที่ซื้อมาติดตั้ง แต่คือวิธีทำงานที่เชื่อมทีมพัฒนากับทีมปฏิบัติการเข้าด้วยกัน เราเริ่มจากประเมินสถานะปัจจุบัน วัดตัวชี้วัดมาตรฐานอย่างความถี่ในการ Deploy และเวลาที่ใช้กู้คืนระบบ แล้วปรับทีละจุดที่ให้ผลมากที่สุดก่อน โดยไม่หยุดงานพัฒนาที่กำลังเดินอยู่

เราวัดผลด้วยตัวชี้วัด 4 ตัวที่วงการใช้เป็นมาตรฐาน คือ ความถี่ในการ Deploy, เวลาจากเขียนโค้ดเสร็จจนถึงมือผู้ใช้, สัดส่วนการปล่อยงานที่ทำให้เกิดปัญหา และเวลาที่ใช้กู้คืนเมื่อเกิดเหตุ ตัวเลขทั้ง 4 ถูกเก็บอัตโนมัติจากไปป์ไลน์และแสดงบนแดชบอร์ด ผู้บริหารจึงเห็นได้ว่าการลงทุนครั้งนี้เปลี่ยนอะไรจริง ไม่ใช่แค่ทีมรู้สึกว่าดีขึ้น

CI/CD

  • GitHub Actions
  • GitLab CI
  • Jenkins
  • ArgoCD

Infrastructure

  • Terraform
  • Ansible
  • Docker
  • Cloudflare
  • Wrangler

Observability

  • Prometheus
  • Grafana
  • Loki
  • OpenTelemetry

ขั้นตอนเริ่มงาน

ลำดับการทำงานจนทีมทำเองได้

โครงการวาง DevOps ทั่วไปใช้เวลา 6–12 สัปดาห์ ขึ้นกับจำนวนระบบและความซับซ้อนเดิม

ประเมินสถานะปัจจุบัน

สำรวจระบบ กระบวนการ และวัดตัวชี้วัดตั้งต้น เพื่อรู้ว่าปรับตรงไหนคุ้มที่สุด

จัดทำไปป์ไลน์ต้นแบบ

ทำให้หนึ่งระบบวิ่งครบวงจรก่อน เพื่อพิสูจน์แนวทางและให้ทีมเห็นภาพจริง

ขยายสู่ระบบอื่น

นำรูปแบบที่พิสูจน์แล้วไปใช้กับระบบที่เหลือ พร้อมทำเอกสารมาตรฐานกลาง

ส่งมอบและอบรมทีมงาน

อบรมทีมของคุณจนดูแลและต่อยอดไปป์ไลน์ได้เอง พร้อมรับเป็นที่ปรึกษาต่อเนื่อง

วิศวกร DevOps ส่งมอบคู่มือการดูแลไปป์ไลน์ให้ทีมของลูกค้า

ผลลัพธ์ที่วัดได้

ตัวชี้วัดที่เปลี่ยนแปลง

ลูกค้ากลุ่มโลจิสติกส์รายหนึ่งเคยใช้เวลา Deploy ครั้งละ 6 ชั่วโมงและต้องทำนอกเวลาทำการ หลังวางไปป์ไลน์ใหม่ เวลาเหลือ 15 นาทีและทำได้ทุกวันทำการ ทีมพัฒนาจึงกล้าปล่อยฟีเจอร์เล็ก ๆ บ่อยขึ้น ส่วนจำนวนเหตุขัดข้องหลังปล่อยงานลดลงกว่าครึ่ง เพราะแต่ละครั้งเปลี่ยนแปลงน้อยลงและตรวจสอบย้อนกลับได้

  • Deploy เร็วขึ้น 24 เท่าจาก 6 ชั่วโมงเหลือ 15 นาทีต่อครั้ง
  • เหตุขัดข้องลดลงกว่าครึ่งเพราะปล่อยทีละน้อยและมีระบบทดสอบอัตโนมัติคัดกรอง

ขอบเขตและระยะเวลา

วางระบบ CI/CDใช้เวลานานแค่ไหน

ค่าประมาณจากโครงการที่ผ่านมา เราเริ่มจากระบบเดียวเป็นต้นแบบเสมอ แล้วขยายเมื่อทีมเห็นผลจริง

รายการ ระบบเดียว (ต้นแบบ) หลายระบบในทีมเดียว ทั้งองค์กร
ตัวอย่างงานโจทย์ที่พบบ่อยเว็บหรือ API หนึ่งระบบที่ Deploy ด้วยมืออยู่หลายทีม หลายภาษา ต้องการแพลตฟอร์มกลาง
งานหลักไปป์ไลน์ + Container + สภาพแวดล้อมทดสอบ+ แพลตฟอร์มกลาง, สิทธิ์, การตรวจสอบ, DevSecOps
เครื่องมือหลักGitHub Actions หรือ GitLab CI + Docker+ Kubernetes หรือบริการที่ผู้ให้บริการคลาวด์ดูแล ตามความจำเป็น
ระยะเวลาโดยประมาณ3–5 สัปดาห์4–8 เดือน แบ่งเป็นเฟส
Deploy อัตโนมัติครั้งแรกสัปดาห์ที่ 2สิ้นเดือนแรก
ตัวชี้วัด DORA บนแดชบอร์ดพื้นฐาน✓
โค้ดและเอกสารทั้งหมดเป็นของลูกค้า✓✓

ปัจจัยที่กำหนดงบและระยะเวลามากที่สุดคือ จำนวนระบบและภาษาที่ใช้, สภาพของชุดทดสอบเดิม, ความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมที่ต้องจำลอง และข้อกำหนดด้านการตรวจสอบของอุตสาหกรรม เราแยกรายการเหล่านี้ให้เห็นชัดในใบเสนอราคา ราคาแจ้งโดยเจ้าหน้าที่หลังประเมินขอบเขตร่วมกัน

ตัวอย่างงาน

งาน DevOps ที่ทีมงานส่งมอบแล้ว

คัดจากผลงานที่เปิดเผยได้ ดูรายละเอียดทั้งหมดที่หน้า ผลงานพัฒนาระบบ เว็บ และแอป

ย้ายระบบขนส่งขึ้นคลาวด์พร้อม CI/CD

ย้าย 24 บริการจากเซิร์ฟเวอร์เดิมขึ้นคลาวด์หลัง Cloudflare วางไปป์ไลน์และระบบเฝ้าระวังครบวงจร เวลา Deploy เหลือ 15 นาทีต่อครั้ง และค่าใช้จ่ายระบบลด 35%

ลดเวลา Deploy จาก 6 ชั่วโมงเหลือ 15 นาที

ธุรกิจโลจิสติกส์ที่เคย Deploy ครั้งละ 6 ชั่วโมงนอกเวลาทำการ หลังวางไปป์ไลน์ใหม่ทำได้ทุกวันทำการ ปล่อยฟีเจอร์เล็กบ่อยขึ้น และเหตุขัดข้องหลังปล่อยงานลดลงกว่าครึ่ง

คำถามพบบ่อย

ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเริ่มโครงการ

ไม่ต้องครับ เราออกแบบให้งานวางไปป์ไลน์เดินคู่ขนานไปกับการพัฒนาปกติ โดยเริ่มจากระบบเดียวเป็นต้นแบบ เมื่อพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงจึงค่อยขยาย ทีมของคุณจะได้เห็นประโยชน์ตั้งแต่เดือนแรกโดยไม่กระทบแผนส่งมอบเดิม

ระบบเดียวที่เป็นต้นแบบราว 3–5 สัปดาห์ ขยายครอบคลุม 3–10 ระบบของทีมเดียว 2–4 เดือน และทั้งองค์กรที่มีหลายทีม 4–8 เดือนโดยแบ่งเป็นเฟส การ Deploy อัตโนมัติครั้งแรกเกิดขึ้นภายในสัปดาห์ที่ 2–3 เสมอ เพื่อให้ทีมเห็นของจริงเร็วที่สุด

ไม่จำเป็นครับ ระบบก้อนเดียวที่ออกแบบดีก็ทำ CI/CD ได้เต็มรูปแบบ เราจะไม่แนะนำให้แยกเป็นบริการย่อยถ้ายังไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ เพราะจะเพิ่มความซับซ้อนโดยไม่ได้ประโยชน์

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ทีมที่มีไม่กี่ระบบใช้ Container กับบริการที่ผู้ให้บริการคลาวด์ดูแลให้ก็เพียงพอและดูแลง่ายกว่ามาก Kubernetes คุ้มเมื่อมีหลายสิบบริการ หลายทีม และมีคนดูแลแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ เราจะแนะนำเมื่อถึงจุดนั้นจริง ไม่ใช่เพราะเป็นที่นิยม

เลือกตามที่ทีมเก็บโค้ดอยู่แล้ว ทั้งสองทำงานที่เราต้องการได้ครบ ถ้าองค์กรต้องเก็บโค้ดในเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง GitLab ติดตั้งเองได้ ส่วนทีมที่ใช้ GitHub อยู่แล้ว GitHub Actions เริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องมือ ระบบเก่าที่ใช้ Jenkins เราช่วยย้ายทีละงาน

เราใช้ตัวชี้วัด 4 ตัวตามแนวทาง DORA คือ ความถี่ในการ Deploy, เวลาจากโค้ดเสร็จถึงมือผู้ใช้, สัดส่วนการปล่อยงานที่เกิดปัญหา และเวลากู้คืน เก็บอัตโนมัติจากไปป์ไลน์และแสดงบนแดชบอร์ด วัดค่าตั้งต้นก่อนเริ่มงาน แล้วเทียบทุกเดือน

สิ่งที่ช่วยได้มากคือ สิทธิ์เข้าถึง repository และบัญชีคลาวด์ในชื่อองค์กรของคุณ, วิธี Deploy ปัจจุบันแม้จะเป็นเอกสารสั้น ๆ หรือคำบอกเล่า, ผู้รับผิดชอบระบบแต่ละตัว และตัวแทนทีมพัฒนาที่จะเรียนรู้ไปด้วยกันตั้งแต่วันแรก เพื่อให้รับช่วงต่อได้จริง

เรามีสองทางเลือกครับ ทางแรกคือใช้บริการที่ผู้ให้บริการคลาวด์ดูแลให้ ซึ่งลดภาระทีมได้มาก ทางที่สองคือรับดูแลให้ภายใต้แพ็กเกจ Maintenance และโค้ชทีมของคุณไปพร้อมกันจนพร้อมรับช่วงต่อ

บริการที่เกี่ยวข้อง

บริการอื่นที่ดำเนินการร่วมกันได้

ติดต่อเพื่อขอรับ
การประเมินกระบวนการ

ขอประเมินสถานะ DevOps เบื้องต้นได้ฟรี เราจะชี้จุดที่ปรับแล้วเห็นผลเร็วที่สุดให้ก่อน

ขอประเมินฟรี