ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ
หมวด: เทคโนโลยีใหม่
รายการนี้ช่วยบอกทิศทางว่างานวิจัยและเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีของไทยกำลังมุ่งไปทางไหนในสองปีข้างหน้า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คัดเทคโนโลยี 10 อย่างใน 5 กลุ่ม ได้แก่ AI กับควอนตัม เกษตร สุขภาพ การผลิตขั้นสูง และพลังงาน บางอย่างเริ่มมีขายในตลาดแล้ว บางอย่างยังเป็นงานวิจัยที่ต้องพิสูจน์อีกหลายปี
กลุ่มที่ใกล้งานไอทีที่สุดคือ AI กับควอนตัม เริ่มจาก Neuromorphic AI หรือชิปที่ออกแบบให้ทำงานคล้ายเซลล์ประสาทในสมอง คือประมวลผลเฉพาะเมื่อมีสัญญาณเข้ามา แทนการคำนวณตลอดเวลา สวทช. ระบุว่าเร็วกว่าและประหยัดพลังงานกว่าแบบเดิม 10-100 เท่า จึงเหมาะกับ AI ที่ต้องทำงานในตัวอุปกรณ์โดยไม่ส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ เช่น รถยนต์ หุ่นยนต์ กล้องรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์สวมใส่ คาดว่าตลาดโลกจะมีมูลค่า 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
อีกสองรายการในกลุ่มเดียวกันคือ Quantum Sensing เซนเซอร์ที่ใช้คุณสมบัติเชิงควอนตัมวัดสิ่งที่เครื่องมือทั่วไปจับไม่ได้ เช่น น้ำใต้ดิน โพรงใต้ดิน การทรุดตัวของพื้น และความเครียดของพืช ตลาดคาดว่าจะโตจาก 860 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 เป็น 1,570 ล้านดอลลาร์ในปี 2574 และไทยมีโอกาสเป็นผู้รวมระบบโดยใช้เซนเซอร์ขนาดเล็กของ สวทช. กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ส่วน Photonics คือการส่งข้อมูลด้วยแสงแทนไฟฟ้า เช่น Co-Packaged Optics ที่นำชิ้นส่วนแปลงสัญญาณแสงไปวางชิดกับชิปสวิตช์ในศูนย์ข้อมูล AI เพื่อลดพลังงานที่ใช้รับส่งข้อมูล จุดที่ไทยเข้าไปได้คือการประกอบและบรรจุชิปโฟโตนิกส์และโมดูลส่งข้อมูลความเร็วสูง
ด้านเกษตร ปุ๋ยชีวภาพ BOOST ใช้จุลินทรีย์ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้นและฟื้นสภาพดิน สวทช. ประเมินว่าถ้าทดแทนปุ๋ยเคมีได้ 10% จะลดค่าใช้จ่ายของประเทศได้ราว 10,000 ล้านบาท แปลงทดลองร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาในข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล และข้าวปทุมธานี 1 ให้ผลผลิตสูงกว่าใช้ปุ๋ยทั่วไป 30-50% อีกรายการคือแนวคิด "หน้ากากชีวภาพ" ที่ใช้สเปรย์จุลินทรีย์สร้างชั้นป้องกันฝุ่นในโพรงจมูก ซึ่งยังเป็นทิศทางงานวิจัย ยังไม่มีผลทดสอบทางคลินิก
กลุ่มสุขภาพมีสองรายการที่ยังอยู่ในขั้นวิจัย ได้แก่ การบำบัดด้วยเซลล์ข้ามสายพันธุ์ ที่ส่งหน่วยสังเคราะห์แสงขนาดนาโนเข้าไปเติมพลังงานให้เซลล์ที่เสื่อม แล้วกระตุ้นด้วยไฟ Micro-LED และ Partial Reprogramming ที่รีเซ็ตกลไกควบคุมยีนบางส่วนให้เซลล์ทำงานเหมือนเซลล์ที่อายุน้อยลง ผลในหนูทดลองช่วยฟื้นการมองเห็นและเส้นประสาทได้ และเริ่มทดลองในคนระยะแรกแล้วสำหรับการฟื้นการมองเห็น
ส่วนการผลิตและพลังงาน Volumetric 3D Printing ฉายแสงเข้าไปในเรซินให้ชิ้นงานแข็งตัวทั้งชิ้นพร้อมกัน ใช้เวลาเป็นวินาทีถึงนาทีแทนการพิมพ์ทีละชั้น เริ่มมีขายแล้ว และเหมาะกับงานผลิตอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะบุคคล เช่น เฝือกฟันและแม่พิมพ์หู คอนกรีตที่ใช้ CO₂ ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้ 5-50% โดยไทยเน้นใช้ของเสียจากอุตสาหกรรมเป็นวัตถุดิบ และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาดโมดูล 10-300 เมกะวัตต์ ที่ไทยยังอยู่ในขั้นศึกษาความพร้อม
สำหรับธุรกิจไทย รายการที่ใกล้ตัวที่สุดในระยะสั้นคือ AI ที่ทำงานในตัวอุปกรณ์ และเซนเซอร์ที่เก็บข้อมูลจากแปลงเกษตรหรือโรงงาน ทั้งสองอย่างต้องการซอฟต์แวร์รับข้อมูล แสดงผล และแจ้งเตือนที่ออกแบบมาให้คนหน้างานใช้ได้จริง ทีมงาน Smart Cyber Tech ช่วยวางแผนว่าเทคโนโลยีใหม่ตัวไหนคุ้มที่จะนำมาใช้กับธุรกิจ ตั้งแต่ประเมินความพร้อมไปจนถึงทำระบบต้นแบบ ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ
แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก ฐานเศรษฐกิจ —
อ่านต้นฉบับภาพปก: ฐานเศรษฐกิจ · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่
info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech
แบ่งปันข่าวนี้:
LINE
Facebook
X
ปรึกษาทีมของเรา