SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

NASA จับมือ IBM เปิดโมเดล AI ศึกษาดวงจันทร์ให้ใช้ฟรี ช่วยหาน้ำแข็งและจุดลงจอดที่ปลอดภัยได้แม่นขึ้น

NASA และ IBM เปิดตัวโมเดล AI สำหรับศึกษาดวงจันทร์ที่ใครก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โมเดลนี้ช่วยอ่านภาพถ่ายและแผนที่ดวงจันทร์ที่สะสมมาหลายสิบปี แล้วชี้ตำแหน่งที่อาจมีน้ำแข็ง หลุมอุกกาบาต และร่องรอยภูเขาไฟได้แม่นกว่าวิธีที่ใช้กันทั่วไปสูงสุดราว 23 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลเหล่านี้สำคัญโดยตรงต่อการเลือกที่ตั้งฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต

NASA และ IBM เปิดตัวโมเดล AI สำหรับศึกษาดวงจันทร์ที่ใครก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โมเดลนี้ช่วยอ่านภาพถ่ายและแผนที่ดวงจันทร์ที่สะสมมาหลายสิบปี แล้วชี้ตำแหน่งที่อาจมีน้ำแข็ง หลุมอุกกาบาต และร่องรอยภูเขาไฟได้แม่นกว่าวิธีที่ใช้กันทั่วไปสูงสุดราว 23 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลเหล่านี้สำคัญโดยตรงต่อการเลือกที่ตั้งฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต

NASA เก็บข้อมูลดวงจันทร์มาหลายทศวรรษจากภารกิจจำนวนมาก เฉพาะยาน Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ลำเดียวก็ส่งข้อมูลกลับมามากกว่าภารกิจสำรวจดาวเคราะห์อื่นของ NASA ทั้งหมดรวมกัน ปัญหาจึงไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือข้อมูลมีมากเกินกว่าที่นักวิจัยจะไล่ดูได้ทัน โมเดลใหม่ที่ชื่อ NASA-IBM Lunar Foundation Model ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้

โมเดลประเภทนี้เรียกว่า foundation model หมายถึงโมเดลที่ฝึกกับข้อมูลจำนวนมหาศาลไว้ก่อนเป็นฐาน แล้วค่อยนำไปปรับใช้กับงานเฉพาะได้อีกหลายงาน โดยใช้ข้อมูลตัวอย่างที่มีคำตอบกำกับน้อยกว่าการสร้างโมเดลใหม่ตั้งแต่ต้นมาก ข้อได้เปรียบนี้สำคัญกับงานวิทยาศาสตร์ เพราะการให้ผู้เชี่ยวชาญมานั่งระบุคำตอบในภาพทีละภาพคือขั้นที่มีต้นทุนสูงที่สุด

ชุดข้อมูลที่ใช้ฝึกรวมชั้นข้อมูลที่จัดตำแหน่งให้ตรงกันกว่า 30 ชั้น จากอุปกรณ์ตรวจวัด 9 ชิ้นในภารกิจ 4 ภารกิจ ได้แก่ LRO, GRAIL และ Lunar Prospector ของ NASA รวมกับยาน SELENE หรือ Kaguya ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) NASA ระบุว่ามีภาพย่อยจากยาน LRO ราว 2 ล้านภาพ ในจำนวนนี้เป็นภาพกล้องความละเอียดสูงระดับ 1 เมตรกว่า 1 ล้านภาพ และภาพหลายช่วงคลื่นความละเอียด 100 เมตรอีกราว 964,000 ภาพ

NASA และ IBM ยกงานเริ่มต้นไว้สามงาน งานแรกคือทำแผนที่บริเวณที่อาจมีน้ำแข็งในหลุมที่ไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญของฐานบนดวงจันทร์ เพราะเป็นแหล่งน้ำและออกซิเจน และอาจใช้ผลิตเชื้อเพลิงสำหรับภารกิจที่ไกลกว่านั้น งานที่สองคือระบุ Irregular Mare Patches หรือร่องรอยภูเขาไฟอายุน้อยบนผิวดวงจันทร์ เพื่อทำความเข้าใจประวัติการเกิดภูเขาไฟ และงานที่สามคือตรวจจับหลุมอุกกาบาต ซึ่งใช้ประเมินอายุและธรณีวิทยาของพื้นที่ รวมถึงช่วยคัดเลือกจุดลงจอดที่ปลอดภัย

ด้านผลการทดสอบ IBM เทียบกับ SwinV2-B ซึ่งเป็นโมเดลภาพทั่วไปที่ฝึกด้วยชุดภาพ ImageNet และใช้กันแพร่หลาย พบว่างานคาดการณ์ตำแหน่งน้ำแข็งมีความคลาดเคลื่อนลดลงราว 22 เปอร์เซ็นต์ งานตรวจจับหลุมอุกกาบาตที่ความละเอียดราว 100 เมตรทำได้ดีกว่าราว 19 เปอร์เซ็นต์ทั้งที่ใช้ข้อมูลฝึกเพียงครึ่งเดียว และงานทำแผนที่ภูเขาไฟดีกว่าราว 3 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวม IBM ระบุว่าทำได้ดีกว่าวิธีที่ใช้กันทั่วไปสูงสุดราว 23 เปอร์เซ็นต์

โมเดลเปิดให้ดาวน์โหลดบน Hugging Face ภายใต้บัญชี nasa-ibm-ai4science พร้อมโค้ดทั้งหมดบน GitHub ของทีม NASA-IMPACT ให้นักวิจัยนำไปทดสอบและต่อยอดได้ และเป็นโมเดลลำดับล่าสุดในความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน ต่อจากตระกูล Prithvi สำหรับข้อมูลภาพถ่ายโลก และ Surya สำหรับพยากรณ์สภาพอวกาศ

บทเรียนที่ใช้กับธุรกิจไทยได้ไม่ได้อยู่ที่ดวงจันทร์ แต่อยู่ที่วิธีคิด องค์กรที่มีข้อมูลภาพหรือข้อมูลเซนเซอร์สะสมไว้มาก เช่น ภาพถ่ายแปลงเกษตร ภาพตรวจสภาพโครงสร้าง หรือภาพสินค้าในสายการผลิต ไม่จำเป็นต้องสร้างโมเดล AI ใหม่จากศูนย์ทุกครั้ง การเริ่มจากโมเดลฐานแบบเปิดแล้วปรับให้เข้ากับงานของตัวเองช่วยลดทั้งเวลาและต้นทุนการเตรียมข้อมูลได้มาก ทีมงาน Smart Cyber Tech รับพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะองค์กร รวมถึงระบบที่นำโมเดล AI มาใช้กับข้อมูลของธุรกิจจริง ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก NASA Science — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: NASA/GSFC/Arizona State University · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

IBM ปล่อยโมเดลพยากรณ์อนุกรมเวลา Granite PatchTST-FM-r2 ใช้เชิงพาณิชย์ได้ และทำนายได้ทันทีโดยไม่ต้องเทรนเพิ่ม ปัญญาประดิษฐ์

IBM ปล่อยโมเดลพยากรณ์อนุกรมเวลา Granite PatchTST-FM-r2 ใช้เชิงพาณิชย์ได้ และทำนายได้ทันทีโดยไม่ต้องเทรนเพิ่ม

IBM ปล่อยโมเดลพื้นฐานสำหรับพยากรณ์อนุกรมเวลาชื่อ Granite Time Series PatchTST-FM-r2 ขนาดราว 385 ล้านพารามิเตอร์ จุดเด่นคือพยากรณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเทรนเพิ่มกับข้อมูลของแต่ละงาน และให้สัญญาอนุญาตแบบเลือกได้ระหว่าง Apache 2.0 กับ OpenMDW 1.0 ซึ่งใช้เชิงพาณิชย์ได้ บนกระดานวัดผล GIFT-Eval โมเดลนี้อยู่อันดับหนึ่งในกลุ่มโมเดลที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้และทำนายแบบไม่ต้องเทรนเพิ่ม

อ่านข่าวนี้
Gartner คาดตลาดชิปโลกปี 2569 โตเกือบเท่าตัว แตะ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะ AI ดันความต้องการหน่วยความจำพุ่ง เทคโนโลยีใหม่

Gartner คาดตลาดชิปโลกปี 2569 โตเกือบเท่าตัว แตะ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะ AI ดันความต้องการหน่วยความจำพุ่ง

Gartner คาดว่ารายได้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปทั่วโลกปี 2569 จะแตะ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โตราว 92 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ตัวเร่งหลักคือการลงทุนศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ที่ทำให้ความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จนหน่วยความจำกลายเป็นครึ่งหนึ่งของตลาดชิปทั้งหมด เป็นสัญญาณที่ธุรกิจซึ่งกำลังวางแผนซื้อเซิร์ฟเวอร์หรือขยายระบบควรจับตา

อ่านข่าวนี้
NVIDIA ปิดดีลซื้อ Hugging Face มูลค่า 12,930 ล้านดอลลาร์ ยืนยันแพลตฟอร์มยังเปิดให้ทุกค่ายฮาร์ดแวร์และคลาวด์ ธุรกิจไอที

NVIDIA ปิดดีลซื้อ Hugging Face มูลค่า 12,930 ล้านดอลลาร์ ยืนยันแพลตฟอร์มยังเปิดให้ทุกค่ายฮาร์ดแวร์และคลาวด์

NVIDIA ประกาศเข้าซื้อกิจการ Hugging Face ศูนย์กลางของชุมชนโมเดลเปิดที่มีนักพัฒนากว่า 18 ล้านคนและโมเดลกว่า 3 ล้านรายการ ด้วยมูลค่า 12,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.2 แสนล้านบาท พร้อมให้คำมั่นว่าแพลตฟอร์มจะยังเปิดให้ใช้กับฮาร์ดแวร์ เฟรมเวิร์ก และคลาวด์ของทุกค่ายเหมือนเดิม

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน