SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

ผู้ลงโฆษณาบน Facebook และ Instagram ที่ยิงโฆษณาเข้าไทยต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จภายในสิ้นตุลาคม 2569 ไม่เช่นนั้นจะสร้างหรือแก้ไขโฆษณาไม่ได้

ร้านค้าออนไลน์และธุรกิจไทยที่ใช้โฆษณาบน Facebook และ Instagram มีงานด่วนที่ต้องทำก่อนสิ้นเดือนนี้ Meta แจ้งว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายที่ยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2569 ถ้าไม่ทัน จะสร้างโฆษณาใหม่หรือแก้ไขโฆษณาเดิมไม่ได้ มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทาง No ID, No Ads ของภาครัฐที่ต้องการตัดช่องทางมิจฉาชีพใช้โฆษณาหลอกลวงประชาชน

ร้านค้าออนไลน์และธุรกิจไทยที่ใช้โฆษณาบน Facebook และ Instagram มีงานด่วนที่ต้องทำก่อนสิ้นเดือนนี้ Meta แจ้งว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายที่ยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2569 ถ้าไม่ทัน จะสร้างโฆษณาใหม่หรือแก้ไขโฆษณาเดิมไม่ได้ มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทาง No ID, No Ads ของภาครัฐที่ต้องการตัดช่องทางมิจฉาชีพใช้โฆษณาหลอกลวงประชาชน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้งธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ และผู้ดูแลแคมเปญ รวมถึงบริษัทและเอเจนซีที่จัดการบัญชีโฆษณาแทนลูกค้า การยืนยันตัวตนใช้เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารทางการของธุรกิจ ตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด ผู้ลงโฆษณาตรวจสถานะได้จากการแจ้งเตือนใน Ads Manager หรือ Meta Business Suite หรือไปที่การตั้งค่าธุรกิจ เมนูการอนุญาตและการยืนยัน และเริ่มทำได้เลยโดยไม่ต้องรอระบบแจ้ง

ฝั่งภาครัฐ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า Meta ยืนยันจะปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ฉบับที่ 2 ซึ่งมีผลต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ประกาศนี้กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนโฆษณาจะแสดงผล และ Meta กำลังทำงานร่วมกับดีอีและสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณาโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กเตรียมตัวทัน

ข้อควรระวังสำหรับธุรกิจที่มีหลายคนดูแลบัญชี คือควรตกลงให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยืนยันตัวตนในนามธุรกิจ และใช้เอกสารชุดไหน ธุรกิจที่ใช้เอเจนซีควรสอบถามว่าบัญชีโฆษณาที่ใช้อยู่ผูกกับใครและยืนยันแล้วหรือยัง ส่วนแบรนด์ที่ปรับแคมเปญบ่อยหรือมีโปรโมชันช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ควรทำให้เสร็จก่อนกำหนดหลายวัน เพราะถ้าเอกสารไม่ผ่านต้องใช้เวลาแก้ไข

ในระยะยาว มาตรการแบบนี้ทำให้พื้นที่โฆษณาสะอาดขึ้นและผู้ซื้อเชื่อใจร้านจริงมากขึ้น แต่ก็ย้ำว่าธุรกิจที่พึ่งโฆษณาบนแพลตฟอร์มเดียวมีความเสี่ยงเมื่อกติกาเปลี่ยน การมีเว็บไซต์และช่องทางขายของตัวเองช่วยให้ลูกค้ากลับมาหาเราได้โดยตรง ทีมงาน Smart Cyber Tech รับทำเว็บขายของออนไลน์ที่เป็นช่องทางของแบรนด์เอง ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก ฐานเศรษฐกิจ — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: ฐานเศรษฐกิจ · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ETDA เตรียมกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนมือถือปี 2570 ยื่นวุฒิ สิทธิ และสถานะได้โดยไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรซ้ำ ธุรกิจตรวจได้ทันทีว่าเอกสารจริง ธุรกิจไอที

ETDA เตรียมกระเป๋าเอกสารดิจิทัลบนมือถือปี 2570 ยื่นวุฒิ สิทธิ และสถานะได้โดยไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรซ้ำ ธุรกิจตรวจได้ทันทีว่าเอกสารจริง

ภายในปี 2570 การสมัครงาน สมัครเรียน หรือขอรับสิทธิต่าง ๆ อาจไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือรูปถ่ายใบวุฒิอีกต่อไป เพราะ ETDA กำลังวางระบบให้เอกสารรับรองเหล่านี้อยู่ในแอปกระเป๋าเอกสารบนมือถือ และให้ฝั่งผู้รับพิสูจน์ความแท้ได้เองทันที ธุรกิจจะเสียเวลาตรวจเอกสารน้อยลงและรับมือเอกสารปลอมได้ดีขึ้น ส่วนทีมพัฒนาต้องเริ่มคิดว่าระบบของตัวเองจะรับเอกสารรูปแบบใหม่นี้อย่างไร

อ่านข่าวนี้
LINE เตรียมเปิดให้นักพัฒนาสร้างเอเจนต์ AI ที่ทำงานในแชตได้ในปี 2027 ผ่านโครงการ Pioneer และสนาม LINE HACKS เปลี่ยนจากเมนูตายตัวเป็นระบบเปิดที่เชื่อมบริการภายนอก ธุรกิจไอที

LINE เตรียมเปิดให้นักพัฒนาสร้างเอเจนต์ AI ที่ทำงานในแชตได้ในปี 2027 ผ่านโครงการ Pioneer และสนาม LINE HACKS เปลี่ยนจากเมนูตายตัวเป็นระบบเปิดที่เชื่อมบริการภายนอก

ร้านค้าและแบรนด์ไทยที่ใช้ LINE OA อยู่แล้วอาจได้ช่องทางใหม่ในการให้บริการโดยลูกค้าไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม ในงาน LINE DEV CONF 2026 ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ LINE ประกาศทิศทางว่าเอเจนต์ AI (โปรแกรมที่รับคำสั่งแล้วลงมือทำงานต่อหลายขั้นได้เอง) จะกลายเป็นชั้นบริการใหม่ที่อยู่เหนือแอปทั้งหลาย และ LINE จะเปิดเครื่องมือให้นักพัฒนาภายนอกสร้างเอเจนต์ที่ทำงานในแชตได้ เริ่มจากกลุ่มที่คัดเลือกในปี 2027

อ่านข่าวนี้
BDI วางแผนปี 2570 เชื่อมข้อมูลรัฐผ่านแพลตฟอร์ม D2 ใช้จริงทั้งด้านภัยพิบัติ สุขภาพ ท่องเที่ยว และฝุ่น PM 2.5 พร้อมพัฒนา ThaiLLM ให้เข้าใจภาษาถิ่น ธุรกิจไอที

BDI วางแผนปี 2570 เชื่อมข้อมูลรัฐผ่านแพลตฟอร์ม D2 ใช้จริงทั้งด้านภัยพิบัติ สุขภาพ ท่องเที่ยว และฝุ่น PM 2.5 พร้อมพัฒนา ThaiLLM ให้เข้าใจภาษาถิ่น

หลังใช้เวลาสามปีวางรากฐาน สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ประกาศว่าปี 2570 จะเน้นการนำข้อมูลที่เชื่อมกันแล้วไปช่วยตัดสินใจจริง ทั้งการรับมือภัยพิบัติ การส่งต่อผู้ป่วย และการวางแผนรายจังหวัด พร้อมพัฒนาโมเดลภาษาไทย ThaiLLM ต่อให้รองรับภาษาถิ่น และเปิดโครงการให้คำปรึกษา SME ที่อยากใช้ข้อมูลกับ AI ทำธุรกิจ

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน