SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI รุ่นใหญ่ที่สุด เน้นงานยาวหลายขั้นตอน เขียนโค้ดและวิเคราะห์วิดีโอได้ดีขึ้น ตอบได้ยาวถึง 1 ล้านโทเคน

การแข่งขันโมเดล AI ขยับจากการตอบคำถามสั้น ๆ ไปสู่การทำงานยาวหลายขั้นตอนแทนคน Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดลระดับแนวหน้า (frontier model) รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องคิดต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น เขียนและแก้โค้ดทั้งโปรเจกต์ ค้นคว้ากฎหมาย วิเคราะห์การเงิน และทำความเข้าใจวิดีโอ จุดที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือตอบกลับได้ยาวสูงสุด 1 ล้านโทเคนต่อครั้ง จากเดิม 64,000 โทเคน โทเคนคือหน่วยย่อยของข้อความที่โมเดลใช้นับความยาว

การแข่งขันโมเดล AI ขยับจากการตอบคำถามสั้น ๆ ไปสู่การทำงานยาวหลายขั้นตอนแทนคน Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดลระดับแนวหน้า (frontier model) รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องคิดต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น เขียนและแก้โค้ดทั้งโปรเจกต์ ค้นคว้ากฎหมาย วิเคราะห์การเงิน และทำความเข้าใจวิดีโอ จุดที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือตอบกลับได้ยาวสูงสุด 1 ล้านโทเคนต่อครั้ง จากเดิม 64,000 โทเคน โทเคนคือหน่วยย่อยของข้อความที่โมเดลใช้นับความยาว

Google ระบุว่า Gemini 4 Argon เก่งขึ้นทั้งการเขียนโค้ด การให้เหตุผล และการทำงานกับข้อมูลหลายรูปแบบ และชูจุดแข็งเฉพาะด้าน 4 เรื่อง คือการป้องกันภัยไซเบอร์ งานค้นคว้ากฎหมาย การวิเคราะห์การเงิน และการทำความเข้าใจวิดีโอ ความสามารถตอบยาวขึ้นมากทำให้โมเดลส่งงานชิ้นใหญ่กลับมาได้ในครั้งเดียว เช่น โค้ดหลายไฟล์หรือรายงานยาวทั้งฉบับ แทนการแบ่งคำขอเป็นหลายรอบ

ผลทดสอบที่ Google เผยแพร่ ได้แก่ DeepSWE v1.1 ซึ่งวัดการแก้งานเขียนโปรแกรมจริง ได้ 77.9% สูงกว่าโมเดลคู่แข่งรุ่นปัจจุบันที่อยู่ราว 74% ชุดทดสอบ AutomationBench ซึ่งวัดการทำงานอัตโนมัติหลายขั้นตอน ได้ 51.3% เป็นอันดับหนึ่ง ชุดทดสอบด้านช่องโหว่ซอฟต์แวร์ CWE-bench ได้ 68% อยู่ในกลุ่มอันดับหนึ่ง และการทำความเข้าใจวิดีโอยาว LVBench ได้ 91.7% ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลที่ผู้พัฒนาวัดเอง ควรรอผลทดสอบอิสระประกอบก่อนตัดสินใจ

โมเดลเริ่มเปิดให้สมาชิก Google AI Ultra และลูกค้า API แบบเสียเงินก่อน ราคาช่วงแนะนำอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคนขาออก ก่อนปรับเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์หลังจบช่วงโปรโมชัน Google ระบุว่าก่อนเปิดกว้างได้เพิ่มการป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด การกันการโจมตีด้วยการแทรกคำสั่ง (prompt injection) การรันในสภาพแวดล้อมแยก (sandbox) และการเฝ้าดูพฤติกรรมที่ไม่ตรงกับเจตนา

สำหรับคนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนี้จะค่อย ๆ เข้ามาในแอปและบริการที่ใช้ Gemini เป็นฐาน ส่วนทีมพัฒนา สิ่งที่น่าทดลองคืองานที่เดิมต้องแบ่งเป็นหลายคำขอ เช่น ปรับโค้ดทั้งโมดูล หรือสรุปเอกสารยาวพร้อมตาราง ซึ่งอาจทำได้ในครั้งเดียว แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มตามความยาวของคำตอบ จึงควรวัดต้นทุนต่องานจริงก่อนเปลี่ยนโมเดลทั้งระบบ

ธุรกิจไทยที่เริ่มใช้ AI ช่วยงานเอกสาร งานบริการลูกค้า หรืองานพัฒนาระบบ มีตัวเลือกโมเดลเพิ่มขึ้นแทบทุกเดือน การออกแบบระบบให้สลับโมเดลได้ และวัดผลด้วยงานจริงของตัวเอง สำคัญกว่าการไล่ตามโมเดลที่ใหม่ที่สุด ทีมงาน Smart Cyber Tech พัฒนาระบบที่เชื่อมต่อโมเดล AI พร้อมชุดทดสอบเทียบผลและต้นทุนก่อนใช้งานจริง ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก 9to5Google — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: 9to5Google · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GPT-6 Astra แพงกว่ารุ่นก่อน 2.5 เท่าต่อโทเคน แต่นักพัฒนาพบว่าค่าใช้จ่ายรวมถูกลงเมื่อตั้งค่าระดับการคิดให้ถูก ปัญญาประดิษฐ์

GPT-6 Astra แพงกว่ารุ่นก่อน 2.5 เท่าต่อโทเคน แต่นักพัฒนาพบว่าค่าใช้จ่ายรวมถูกลงเมื่อตั้งค่าระดับการคิดให้ถูก

GPT-6 Astra คิดราคา 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาเข้าและ 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาออก สูงกว่า GPT-5.6 Sol ราว 2.5 เท่า แต่ผลทดสอบทั้งจากผู้พัฒนาโมเดล นักพัฒนาอิสระ และองค์กรจัดการแข่งขัน ARC Prize ชี้ตรงกันว่าโมเดลใหม่ทำงานเสร็จด้วยจำนวนคำขอและโทเคนน้อยกว่ามาก จนค่าใช้จ่ายต่องานลดลง และการเลือกระดับ reasoning effort มีผลต่อบิลมากกว่าราคาต่อโทเคน

อ่านข่าวนี้
Google เปิดแอป Gemini บน Windows แล้ว กด Alt + Space เรียกผู้ช่วย AI ขึ้นมาใช้ทับงานที่ทำอยู่ได้ทันที ปัญญาประดิษฐ์

Google เปิดแอป Gemini บน Windows แล้ว กด Alt + Space เรียกผู้ช่วย AI ขึ้นมาใช้ทับงานที่ทำอยู่ได้ทันที

Google เปิดตัวแอป Gemini สำหรับคอมพิวเตอร์ Windows 10 และ Windows 11 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 หลังเปิดบน macOS ไปเมื่อเดือนเมษายน จุดเปลี่ยนสำคัญคือผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปเปิดเว็บเบราว์เซอร์อีก เพียงกด Alt + Space ก็เรียกผู้ช่วย AI ขึ้นมาทับโปรแกรมที่กำลังใช้ ขอสรุปเอกสาร เกลาข้อความ หรือระดมไอเดีย แล้วกลับไปทำงานต่อได้ทันที

อ่านข่าวนี้
Google Assistant บนมือถือ Android ปิดตัวแล้ว Gemini เข้ามาแทนทั้งหมดและสลับกลับไม่ได้ ผู้ใช้ควรลองคำสั่งเสียงและรูทีนที่ใช้ประจำอีกครั้ง โมบาย

Google Assistant บนมือถือ Android ปิดตัวแล้ว Gemini เข้ามาแทนทั้งหมดและสลับกลับไม่ได้ ผู้ใช้ควรลองคำสั่งเสียงและรูทีนที่ใช้ประจำอีกครั้ง

ผู้ใช้ Android ที่เคยกดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้หรือพูด "Hey Google" เพื่อสั่งงาน จะพบว่าผู้ช่วยที่ตอบกลับไม่ใช่ Google Assistant อีกต่อไป Google ทยอยถอด Assistant ออกจากมือถือตั้งแต่ 4 กันยายน และตอนนี้ Gemini เข้ามาแทนเต็มตัวแล้ว เมนูสลับกลับไปใช้ Google Assistant ในแอป Gemini ถูกถอดออก จึงกลับไปใช้ของเดิมไม่ได้ทั้งบนโทรศัพท์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์ที่จับคู่ไว้ เช่น นาฬิกา Wear OS หูฟัง และ Android Auto

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน