อ่านประมาณ 8 นาที
ระดับเริ่มต้น
หมวด: โมบาย
อ้างอิง: ทีมงาน Smart Cyber Tech — เรียบเรียงจากการประเมินงานแอปมือถือให้ลูกค้าจริง
ค่าทำแอปมือถือขึ้นกับ 6 ปัจจัยหลัก คือ จำนวนและความซับซ้อนของหน้าจอ แนวทางทำแอปสำหรับ iOS และ Android ระบบหลังบ้านและ API การเชื่อมกับระบบอื่น ระดับรายละเอียดของงานออกแบบ และการทดสอบกับการดูแลหลังเปิดใช้ แอปที่ชื่อเหมือนกันอย่าง แอปสะสมแต้ม จึงมีงบต่างกันได้หลายเท่า บทความนี้อธิบายว่าแต่ละปัจจัยทำให้งบขยับอย่างไร และควรเตรียมข้อมูลแบบไหนเพื่อให้ใบเสนอราคาจากหลายเจ้าเทียบกันได้
คำถามว่าทำแอปหนึ่งแอปราคาเท่าไร ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะคำว่า แอป ครอบคลุมตั้งแต่แอปแสดงข้อมูลไม่กี่หน้าไปจนถึงแอปที่มีระบบสมาชิก ชำระเงิน และเชื่อมกับหน้าร้าน สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคือเข้าใจว่างบมาจากไหน แล้วตัดสินใจว่าส่วนไหนจำเป็นสำหรับเวอร์ชันแรก
1. จำนวนและความซับซ้อนของหน้าจอ
หน้าจอที่แสดงข้อมูลอย่างเดียวใช้เวลาน้อยกว่าหน้าจอที่มีฟอร์มหลายขั้น ตัวกรอง ปฏิทินจอง หรือแผนที่มาก งานจริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนหน้าอย่างเดียว แต่อยู่ที่กรณีพิเศษในแต่ละหน้า เช่น ไม่มีเน็ต กรอกผิด หรือผู้ใช้ย้อนกลับกลางทาง การแยกฟีเจอร์เป็น ต้องมี กับ รอได้ ตั้งแต่ต้น (ดู<a href="article-mobile-app-preparation-checklist">ทำแอปมือถือต้องเตรียมอะไรบ้าง</a>) คือวิธีคุมงบที่ได้ผลที่สุด
2. แนวทางทำแอปสำหรับ iOS และ Android
การทำแอปแบบ Native แยกสองระบบได้ประสิทธิภาพและเข้าถึงความสามารถของเครื่องเต็มที่ แต่ต้องเขียนและดูแลโค้ดสองชุด แบบ Cross-platform อย่าง Flutter หรือ React Native ใช้โค้ดชุดเดียวเป็นส่วนใหญ่ จึงมักประหยัดกว่าเมื่อต้องการทั้งสองระบบ ทางเลือกนี้มีผลกับงบทั้งตอนสร้างและตอนดูแลระยะยาว รายละเอียดอยู่ใน<a href="article-native-vs-cross-platform-app">ทำแอป Native หรือ Cross-platform เลือกอย่างไร</a>
3. ระบบหลังบ้านและ API
แอปส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานลำพัง ต้องมีเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลสมาชิก ออเดอร์ หรือแต้ม มีหน้าจัดการให้พนักงาน และมี API ให้แอปเรียกใช้ ส่วนนี้ผู้ใช้มองไม่เห็นแต่มักใช้เวลาใกล้เคียงหรือมากกว่าตัวแอป ถ้าธุรกิจมีระบบหลังบ้านที่ใช้งานได้อยู่แล้ว งบส่วนนี้จะลดลงมาก
4. การเชื่อมกับระบบอื่น
การเชื่อมกับระบบหน้าร้าน (POS) โปรแกรมบัญชี ช่องทางชำระเงิน การล็อกอินด้วย LINE หรือระบบขนส่ง แต่ละจุดเพิ่มงานตามความพร้อมของระบบปลายทาง ระบบที่มีเอกสาร API ชัดเจนเชื่อมได้เร็ว ส่วนระบบเก่าที่ไม่มีช่องทางเชื่อมต้องทำส่วนเชื่อมเพิ่มอีกชั้น ดูการประเมินฝั่งนี้ได้ที่<a href="article-api-development-cost-factors">ค่าพัฒนา API ขึ้นกับอะไร</a>
5. ระดับรายละเอียดของงานออกแบบ
การใช้ชุดหน้าจอมาตรฐานของระบบปฏิบัติการปรับสีตามแบรนด์ ใช้เวลาน้อยกว่าการออกแบบหน้าจอเฉพาะที่มีภาพเคลื่อนไหวและองค์ประกอบพิเศษ งานออกแบบที่ดีช่วยให้ผู้ใช้กลับมาใช้ซ้ำ แต่เวอร์ชันแรกไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด ให้ใช้ง่ายและตรงงานก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดตามข้อมูลการใช้งานจริง
6. การทดสอบ การขึ้นสโตร์ และการดูแลหลังเปิดใช้
ต้องทดสอบบนมือถือหลายรุ่นและหลายเวอร์ชัน โดยเฉพาะ Android ราคาประหยัดที่คนไทยใช้กันมาก เตรียมข้อมูลส่งขึ้น App Store และ Google Play และหลังเปิดใช้ต้องอัปเดตตาม iOS และ Android เวอร์ชันใหม่ทุกปี ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรคุยตั้งแต่แรกเป็นงบรายปี ไม่ใช่รอให้แอปมีปัญหาแล้วค่อยหาคนแก้
สรุป 6 ปัจจัยและวิธีคุมงบ
ปัจจัยที่ทำให้งบทำแอปมือถือต่างกัน และวิธีคุมงบในเวอร์ชันแรก| ปัจจัย | งบขยับเมื่อ | วิธีคุมงบ |
|---|
| 1. หน้าจอ | หน้าจอมาก มีฟอร์มหลายขั้น กรณีพิเศษเยอะ | ทำเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องมีในเวอร์ชันแรก |
| 2. iOS / Android | ทำ Native แยกสองระบบ | พิจารณา Cross-platform ถ้าไม่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะของเครื่อง |
| 3. หลังบ้านและ API | ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด | ใช้ระบบเดิมที่มีอยู่ต่อยอด |
| 4. การเชื่อมระบบ | ระบบปลายทางเก่า ไม่มี API | สำรวจระบบปลายทางก่อนเสนอราคา |
| 5. งานออกแบบ | หน้าจอเฉพาะและภาพเคลื่อนไหวจำนวนมาก | เริ่มจากชุดหน้าจอมาตรฐานปรับตามแบรนด์ |
| 6. ทดสอบและดูแล | ต้องรองรับเครื่องหลายรุ่น อัปเดตบ่อย | ตกลงขอบเขตการดูแลเป็นรายปีตั้งแต่ต้น |
ขอใบเสนอราคาอย่างไรให้เทียบกันได้
- ส่งรายการฟีเจอร์ชุดเดียวกันให้ทุกเจ้า แยก ต้องมี กับ รอได้ ให้ชัด
- ขอให้แยกราคาเป็นส่วน ตัวแอป ระบบหลังบ้าน การเชื่อมระบบ และการดูแลหลังเปิดใช้
- ถามว่าราคารวมการขึ้นสโตร์ บัญชีนักพัฒนา และการทดสอบบนเครื่องจริงหรือไม่
- ถามว่าใครเป็นเจ้าของซอร์สโค้ดและบัญชีสโตร์หลังส่งมอบ
- ระวังใบเสนอราคาที่ต่ำผิดปกติโดยไม่แยกรายการ มักหมายถึงงานบางส่วนไม่ได้รวมอยู่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมใบเสนอราคาแต่ละเจ้าต่างกันมาก
ส่วนใหญ่เพราะแต่ละเจ้าตีความขอบเขตงานไม่เหมือนกัน บางเจ้ารวมระบบหลังบ้านและการดูแล บางเจ้าคิดเฉพาะตัวแอป การส่งรายการฟีเจอร์ชุดเดียวกันและขอให้แยกรายการช่วยให้เทียบได้ตรงขึ้น
ทำแอปให้ได้ทั้ง iPhone และ Android ต้องจ่ายสองเท่าไหม
ไม่จำเป็น ถ้าใช้แนวทาง Cross-platform ส่วนใหญ่ใช้โค้ดชุดเดียว แต่ยังมีงานทดสอบและส่งขึ้นสโตร์แยกกันทั้งสองระบบ
ลดงบโดยไม่เสียคุณภาพได้อย่างไร
เริ่มจากเวอร์ชันแรกที่มีเฉพาะงานหลักที่ผู้ใช้ต้องทำได้ ใช้ระบบเดิมที่มีอยู่ให้มากที่สุด แล้วเพิ่มฟีเจอร์ตามข้อมูลการใช้งานจริงหลังเปิดตัว
ถ้าเตรียมรายการฟีเจอร์ไว้แล้ว ทีมงาน Smart Cyber Tech ประเมินงบทำแอปแยกเป็นส่วนตามฟีเจอร์ที่ธุรกิจต้องใช้จริง ส่งรายละเอียดมาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ หรืออ่านลำดับงานทั้งหมดก่อนได้ที่ขั้นตอนจ้างทำแอปมือถือจนขึ้นสโตร์
สรุปสาระสำคัญ
- 1. จำนวนและความซับซ้อนของหน้าจอ
- 2. แนวทางทำแอปสำหรับ iOS และ Android
- 3. ระบบหลังบ้านและ API
เกี่ยวกับบทความเขียนโดยทีมงาน Smart Cyber Tech — เรียบเรียงจากการประเมินงานแอปมือถือให้ลูกค้าจริง ·
ดูบริการที่เกี่ยวข้องภาพปกจัดทำโดยทีมงาน Smart Cyber Tech
มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้? เขียนหาเราได้ที่
info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech
แบ่งปันบทความนี้:
LINE
Facebook
X
ปรึกษาทีมของเรา