SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

ทำแอปมือถือต้องเตรียมอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนคุยกับทีมพัฒนา ให้ประเมินงานได้แม่น เริ่มงานเร็ว และไม่ติดขัดตอนส่งแอปขึ้นสโตร์

ก่อนจ้างทำแอปมือถือ ผู้จ้างควรเตรียม 6 เรื่อง คือ เป้าหมายและผู้ใช้ ฟีเจอร์ของเวอร์ชันแรก ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม เนื้อหาและแบรนด์ บัญชีนักพัฒนาบนสโตร์ และคนดูแลหลังเปิดใช้ ไม่ต้องเขียนเป็นเอกสารเทคนิค แค่ตอบให้ได้ว่าแต่ละเรื่องมีอะไรอยู่แล้วและอะไรยังขาด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละเรื่องต้องเตรียมแค่ไหน และถ้าข้ามไปจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทำแอป

ก่อนจ้างทำแอปมือถือ ผู้จ้างควรเตรียม 6 เรื่อง คือ เป้าหมายและผู้ใช้ ฟีเจอร์ของเวอร์ชันแรก ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม เนื้อหาและแบรนด์ บัญชีนักพัฒนาบนสโตร์ และคนดูแลหลังเปิดใช้ ไม่ต้องเขียนเป็นเอกสารเทคนิค แค่ตอบให้ได้ว่าแต่ละเรื่องมีอะไรอยู่แล้วและอะไรยังขาด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละเรื่องต้องเตรียมแค่ไหน และถ้าข้ามไปจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทำแอป

แอปมือถือส่วนใหญ่ไม่ได้ช้าเพราะเขียนโค้ดยาก แต่ช้าเพราะรอข้อมูล รอการตัดสินใจ หรือรอบัญชีบนสโตร์ที่ไม่มีใครเปิดไว้ ถ้าผู้จ้างเตรียมเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนคุยงาน ทีมพัฒนาจะประเมินงานได้ใกล้ความจริง และเริ่มออกแบบหน้าจอได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก

1. เป้าหมายและผู้ใช้: แอปนี้ช่วยใคร ทำอะไร

เขียนให้สั้นในหนึ่งถึงสองประโยค เช่น ให้ลูกค้าประจำสะสมแต้มและรับคูปองโดยไม่ต้องพกบัตร หรือให้พนักงานขายส่งออเดอร์จากหน้างานได้ทันที แล้วระบุว่าผู้ใช้หลักเป็นใคร ใช้มือถือแบบไหน และจะเปิดแอปบ่อยแค่ไหน ข้อมูลนี้ช่วยตัดสินว่าควรทำแอปจริงหรือเริ่มจากเว็บก่อน และช่วยเลือกแนวทางพัฒนา ถ้ายังไม่แน่ใจ อ่าน<a href="article-native-vs-cross-platform-app">ทำแอป Native หรือ Cross-platform เลือกอย่างไร</a>ประกอบได้

2. ฟีเจอร์ของเวอร์ชันแรก: อะไรต้องมีวันเปิดตัว

ทำรายการฟีเจอร์ทั้งหมดที่อยากได้ แล้วแบ่งเป็นสองกอง กองแรกคือสิ่งที่ถ้าไม่มีแอปก็ไม่มีประโยชน์ กองที่สองคือสิ่งที่รอเวอร์ชันถัดไปได้ แอปที่เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์น้อยแต่ใช้ได้จริงมักไปได้ดีกว่าแอปที่รอให้ครบทุกอย่าง เพราะได้เสียงผู้ใช้จริงมาปรับเร็วกว่า ถ้ามีแอปของคู่แข่งหรือแอปที่ชอบอยู่แล้ว แนบภาพหน้าจอมาด้วย จะสื่อสารได้เร็วกว่าการอธิบายด้วยคำพูด

3. ระบบเดิมที่แอปต้องเชื่อม

แอปมักต้องดึงหรือส่งข้อมูลกับระบบที่ธุรกิจใช้อยู่ เช่น ระบบสมาชิก ระบบหน้าร้าน (POS) โปรแกรมบัญชี คลังสินค้า หรือ LINE OA บอกชื่อระบบ ผู้ดูแล และว่าระบบนั้นมีช่องทางให้เชื่อม (API) อยู่แล้วหรือไม่ เรื่องนี้มีผลกับระยะเวลาและงบมากที่สุด เพราะระบบที่ไม่มีช่องทางเชื่อมต้องทำส่วนเชื่อมเพิ่มอีกชั้น ดูรายละเอียดการเตรียมฝั่งนี้ได้ใน<a href="article-api-development-preparation-checklist">จ้างพัฒนา API ต้องเตรียมอะไรบ้าง</a>

4. เนื้อหาและแบรนด์

เตรียมโลโก้ไฟล์ต้นฉบับ สีและฟอนต์ของแบรนด์ ข้อความที่จะแสดงในแอป รูปสินค้าหรือบริการ และเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น กติกาสะสมแต้ม เนื้อหาเป็นสิ่งที่ทีมพัฒนาทำแทนไม่ได้ และเป็นสาเหตุอันดับต้นที่ทำให้แอปเสร็จแล้วแต่เปิดตัวไม่ได้ เพราะหน้าจอยังเป็นข้อความตัวอย่าง ไม่ต้องครบตั้งแต่วันแรก แต่ควรรู้ว่าใครในทีมรับผิดชอบและจะส่งได้เมื่อไร

5. บัญชีนักพัฒนาบน App Store และ Google Play

แอปควรเผยแพร่ในชื่อธุรกิจของผู้จ้าง ไม่ใช่ในบัญชีของทีมพัฒนา เพื่อให้ธุรกิจเป็นเจ้าของแอป รีวิว และข้อมูลผู้ใช้ตลอดไป การเปิดบัญชีนักพัฒนาของ Apple และ Google ต้องยืนยันตัวตนหรือข้อมูลองค์กร และบางขั้นใช้เวลาหลายวัน จึงควรเริ่มตั้งแต่ช่วงออกแบบหน้าจอ เตรียมนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บอกว่าแอปเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร ตาม PDPA ไว้ด้วย เพราะทั้งสองสโตร์ตรวจเรื่องนี้ก่อนเผยแพร่

6. คนดูแลหลังเปิดใช้

แอปต้องอัปเดตตาม iOS และ Android เวอร์ชันใหม่ทุกปี ต้องมีคนตอบรีวิวและคำถามของผู้ใช้ และต้องมีคนตัดสินใจว่าฟีเจอร์ไหนจะทำต่อ ตกลงตั้งแต่ก่อนเริ่มว่าฝั่งธุรกิจใครเป็นผู้ดูแล และฝั่งทีมพัฒนาดูแลอะไรบ้างหลังส่งมอบ เช่น ระยะรับประกัน การแก้บั๊ก และเวลาตอบกลับเมื่อแอปมีปัญหา

สรุป: เตรียมแค่ไหนก็พอ

เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนจ้างทำแอปมือถือ
เรื่องเตรียมขั้นต่ำถ้าไม่เตรียม
1. เป้าหมายและผู้ใช้ประโยคเป้าหมาย 1-2 ประโยค + ผู้ใช้หลักทำฟีเจอร์เกินจำเป็น งบบานปลาย
2. ฟีเจอร์เวอร์ชันแรกรายการที่แบ่งเป็นต้องมี / รอได้เปิดตัวช้า เพราะรอให้ครบทุกอย่าง
3. ระบบเดิมชื่อระบบ ผู้ดูแล มี API หรือไม่เจองานเชื่อมระบบเพิ่มกลางทาง
4. เนื้อหาและแบรนด์โลโก้ สี ข้อความ รูป และผู้รับผิดชอบแอปเสร็จแต่เปิดตัวไม่ได้
5. บัญชีสโตร์เปิดบัญชีในชื่อธุรกิจ + นโยบายความเป็นส่วนตัวติดขั้นยืนยันตัวตนช่วงใกล้เปิดตัว
6. คนดูแลหลังเปิดใช้ผู้ดูแลฝั่งธุรกิจ + ขอบเขตการดูแลฝั่งทีมพัฒนาแอปค้างเวอร์ชันเก่า เสี่ยงหลุดจากสโตร์

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่มีแบบหน้าจอเลย จ้างทำแอปได้ไหม

ได้ การออกแบบหน้าจอเป็นขั้นหนึ่งของงานอยู่แล้ว ผู้จ้างแค่ต้องบอกเป้าหมายและงานที่ผู้ใช้ต้องทำได้ ส่วนภาพหน้าจอของแอปที่ชอบช่วยให้คุยกันเร็วขึ้น

ต้องเตรียมทั้ง iOS และ Android ไหม

ส่วนใหญ่ควรมีทั้งสองระบบ เพราะผู้ใช้ในไทยใช้ทั้ง iPhone และ Android จำนวนมาก ถ้างบจำกัด ให้ดูว่าลูกค้าหลักใช้ระบบไหนมากกว่า หรือเลือกแนวทาง Cross-platform ที่ใช้โค้ดชุดเดียว

ข้อมูลลูกค้าในแอปต้องระวังอะไร

เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้รู้ และขอความยินยอมเมื่อต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ตาม PDPA รวมถึงตั้งสิทธิ์ให้เฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลได้

เตรียมครบแล้ว อ่านต่อว่างานจะเดินอย่างไรในขั้นตอนจ้างทำแอปมือถือจนขึ้นสโตร์ 7 ขั้น ทีมงาน Smart Cyber Tech รับพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือสำหรับธุรกิจ ทั้ง iOS และ Android ส่งเป้าหมายและรายการฟีเจอร์ที่มีอยู่มาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ แม้ยังเตรียมไม่ครบก็เริ่มคุยได้

สรุปสาระสำคัญ

  • 1. เป้าหมายและผู้ใช้: แอปนี้ช่วยใคร ทำอะไร
  • 2. ฟีเจอร์ของเวอร์ชันแรก: อะไรต้องมีวันเปิดตัว
  • 3. ระบบเดิมที่แอปต้องเชื่อม
เกี่ยวกับบทความเขียนโดยทีมงาน Smart Cyber Tech — เรียบเรียงจากการคุยงานแอปมือถือกับลูกค้าจริง · ดูบริการที่เกี่ยวข้อง
ภาพปกจัดทำโดยทีมงาน Smart Cyber Tech
มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้? เขียนหาเราได้ที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนจ้างทำแอปมือถือ ตั้งแต่คุยงานจนขึ้น App Store และ Google Play: 7 ขั้นที่ผู้จ้างควรรู้ ใช้เวลาแค่ไหน และต้องเตรียมอะไรในแต่ละขั้น โมบาย

ขั้นตอนจ้างทำแอปมือถือ ตั้งแต่คุยงานจนขึ้น App Store และ Google Play: 7 ขั้นที่ผู้จ้างควรรู้ ใช้เวลาแค่ไหน และต้องเตรียมอะไรในแต่ละขั้น

การจ้างทำแอปมือถือหนึ่งแอปมี 7 ขั้นหลัก คือ คุยงาน เสนอแผนและทำสัญญา ออกแบบหน้าจอ พัฒนาแอปและระบบหลังบ้าน ทดสอบบนเครื่องจริง ส่งขึ้นสโตร์ และดูแลหลังเปิดใช้ ขั้นที่ผู้จ้างมักคาดไม่ถึงคือการส่งแอปขึ้น App Store และ Google Play ซึ่งมีการตรวจของแต่ละสโตร์ และการดูแลต่อเมื่อ iOS กับ Android ออกเวอร์ชันใหม่ทุกปี บทความนี้อธิบายแต่ละขั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้จ้างต้องทำอะไร และควรได้อะไรเมื่อจบขั้น

อ่านบทความ
ทำแอปมือถือแบบ Native หรือ Cross-platform (Flutter, React Native) เลือกอย่างไร: เทียบ 6 เรื่องที่มีผลต่องบ เวลา และการดูแลแอป iOS กับ Android โมบาย

ทำแอปมือถือแบบ Native หรือ Cross-platform (Flutter, React Native) เลือกอย่างไร: เทียบ 6 เรื่องที่มีผลต่องบ เวลา และการดูแลแอป iOS กับ Android

ถ้าต้องการแอปทั้ง iOS และ Android ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มที่ Cross-platform อย่าง Flutter หรือ React Native ได้ เพราะเขียนโค้ดชุดเดียวขึ้นได้ทั้งสองสโตร์ ออกเวอร์ชันแรกได้เร็วกว่าและดูแลง่ายกว่า ส่วน Native คือเขียนแยก Swift สำหรับ iOS และ Kotlin สำหรับ Android เหมาะเมื่อแอปต้องใช้ความสามารถเฉพาะของเครื่องหนัก ๆ เช่น กราฟิกซับซ้อน AR หรือฟีเจอร์ระบบปฏิบัติการใหม่ทันทีที่ออก บทความนี้เทียบทั้งสองแบบใน 6 เรื่องที่มีผลกับผู้จ้างจริง

อ่านบทความ
จ้างพัฒนา API ต้องเตรียมอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนคุยกับทีมพัฒนา ให้ประเมินงานได้แม่น เริ่มงานเร็ว และเชื่อมระบบได้ตรงความต้องการ เว็บ

จ้างพัฒนา API ต้องเตรียมอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนคุยกับทีมพัฒนา ให้ประเมินงานได้แม่น เริ่มงานเร็ว และเชื่อมระบบได้ตรงความต้องการ

ก่อนจ้างพัฒนา API ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องเทคนิค แต่ควรเตรียม 6 เรื่องให้ชัด คือ เป้าหมาย ระบบและข้อมูลที่มีอยู่ ผู้ที่จะเรียกใช้ ตัวอย่างข้อมูลจริง สิทธิ์และความปลอดภัย และคนดูแลหลังส่งมอบ เพราะงาน API คือการเชื่อมสิ่งที่มีอยู่แล้วเข้าหากัน ทีมพัฒนาจะประเมินงานได้แม่นก็ต่อเมื่อเห็นของจริง บทความนี้อธิบายแต่ละเรื่องว่าต้องเตรียมอะไร เตรียมได้แค่ไหนก็พอ และถ้าไม่เตรียมจะเกิดอะไรขึ้น

อ่านบทความ

ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจากทีมงาน

ตั้งแต่ประเมินระบบปัจจุบัน วางแผน จนถึงลงมือพัฒนา — คุยกับเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาทีมของเรา