SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

ค่าพัฒนา API ขึ้นกับอะไร: 6 ปัจจัยที่ทำให้งบทำ API ต่างกันหลายเท่า และวิธีเตรียมข้อมูลให้ใบเสนอราคาจากหลายทีมเทียบกันได้

ค่าพัฒนา API ขึ้นกับว่าระบบต้องรับส่งข้อมูลกี่เรื่อง ต้องเชื่อมกับระบบอื่นกี่ตัว ข้อมูลเดิมพร้อมแค่ไหน และต้องปลอดภัยและรับคนพร้อมกันได้เท่าไร งานที่ฟังดูเหมือนกันว่า "ทำ API ให้แอป" จึงต่างกันได้หลายเท่า บทความนี้อธิบาย 6 ปัจจัยที่ทีมพัฒนาใช้ประเมินงาน พร้อมรายการข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา เพื่อให้ราคาจากหลายทีมเทียบกันได้จริง

ค่าพัฒนา API ขึ้นกับว่าระบบต้องรับส่งข้อมูลกี่เรื่อง ต้องเชื่อมกับระบบอื่นกี่ตัว ข้อมูลเดิมพร้อมแค่ไหน และต้องปลอดภัยและรับคนพร้อมกันได้เท่าไร งานที่ฟังดูเหมือนกันว่า "ทำ API ให้แอป" จึงต่างกันได้หลายเท่า บทความนี้อธิบาย 6 ปัจจัยที่ทีมพัฒนาใช้ประเมินงาน พร้อมรายการข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา เพื่อให้ราคาจากหลายทีมเทียบกันได้จริง

ทำไมงาน API ที่ฟังดูเหมือนกันจึงมีงบต่างกันมาก

API เป็นส่วนที่มองไม่เห็นบนหน้าจอ ผู้จ้างจึงมักเห็นแค่ปลายทาง เช่น แอปแสดงรายการสินค้าได้ แต่เบื้องหลังอาจเป็นการอ่านจากฐานข้อมูลเดียวที่สะอาดอยู่แล้ว หรือต้องดึงจากระบบบัญชี ระบบคลังสินค้า และไฟล์ Excel ที่รูปแบบไม่ตรงกันมารวมให้เป็นชุดเดียว งานแบบแรกอาจจบในไม่กี่สัปดาห์ งานแบบหลังอาจใช้หลายเดือน ใบเสนอราคาที่ต่างกันมากจึงมักไม่ได้แปลว่าใครแพงเกิน แต่แปลว่าแต่ละทีมเข้าใจขอบเขตงานไม่เท่ากัน

6 ปัจจัยที่กำหนดค่าพัฒนา API

ปัจจัยที่ทีมพัฒนาใช้ประเมินงาน API และสิ่งที่ผู้จ้างควรบอกให้ชัด
ปัจจัยงานน้อยเมื่องานมากเมื่อ
1. ขอบเขตข้อมูลและคำสั่งอ่านข้อมูลไม่กี่เรื่อง เช่น สินค้าและหมวดหมู่มีทั้งสร้าง แก้ ลบ อนุมัติ และขั้นตอนธุรกิจหลายแบบ
2. ระบบที่ต้องเชื่อมใช้ฐานข้อมูลของระบบเดียวต้องเชื่อม ERP โปรแกรมบัญชี LINE OA และระบบชำระเงินพร้อมกัน
3. สภาพข้อมูลเดิมข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลที่จัดไว้ดีแล้วข้อมูลกระจายหลายไฟล์ รูปแบบไม่ตรงกัน หรือมีข้อมูลซ้ำ
4. ความปลอดภัยและสิทธิ์ข้อมูลสาธารณะ ไม่ต้องล็อกอินมีข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิ์หลายระดับ และต้องเก็บประวัติการเข้าถึง
5. ปริมาณการใช้งานผู้ใช้ภายในไม่กี่สิบคนผู้ใช้หลักหมื่นพร้อมกันช่วงโปรโมชัน ต้องมีแคชและระบบรองรับโหลด
6. เอกสาร ทดสอบ และดูแลต่อใช้ภายในทีมเดียวเปิดให้พาร์ทเนอร์ใช้ ต้องมีเอกสาร ระบบทดสอบอัตโนมัติ และการเฝ้าระวัง

ปัจจัยไหนที่ผู้จ้างมักประเมินต่ำไป

จากประสบการณ์ประเมินงาน สองเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือสภาพข้อมูลเดิมกับการเชื่อมระบบภายนอก ข้อมูลที่ดูครบในสายตาคนใช้ อาจมีชื่อลูกค้าซ้ำหลายแบบ รหัสสินค้าไม่ตรงกันระหว่างระบบ หรือวันที่บันทึกคนละรูปแบบ ซึ่งต้องทำความสะอาดก่อน API จะส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ส่วนระบบภายนอกอย่างโปรแกรมบัญชีหรือระบบชำระเงินมีเงื่อนไขของตัวเอง เช่น จำกัดจำนวนครั้งที่เรียกได้ต่อนาที หรือต้องผ่านการตรวจก่อนเปิดใช้จริง เวลาส่วนนี้ทีมพัฒนาควบคุมได้ไม่หมด จึงควรถามตั้งแต่ต้นว่าใบเสนอราคาเผื่อไว้แล้วหรือยัง

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา

  1. รายการหน้าจอหรือระบบที่จะเรียกใช้ API เช่น แอปมือถือ เว็บหลังบ้าน หรือพาร์ทเนอร์ภายนอก
  2. รายการข้อมูลและสิ่งที่ต้องทำกับข้อมูล เช่น ดูสินค้า สั่งซื้อ ยกเลิก คืนเงิน
  3. ระบบเดิมที่มีอยู่และต้องเชื่อม พร้อมชื่อผู้ให้บริการและเอกสาร API ของระบบนั้นถ้ามี
  4. ตัวอย่างข้อมูลจริงบางส่วน ที่ปิดข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว เพื่อให้ทีมเห็นสภาพข้อมูล
  5. จำนวนผู้ใช้โดยประมาณ ทั้งช่วงปกติและช่วงที่คนเข้าพร้อมกันมากที่สุด
  6. ใครจะดูแลระบบหลังส่งมอบ ทีมภายใน หรือจ้างดูแลต่อ

เมื่อส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกทีม ใบเสนอราคาจะเทียบกันได้ ถ้าราคาต่างกันมากก็ถามได้ตรง ๆ ว่าแต่ละทีมนับงานส่วนไหนเข้าไปบ้าง ทีมที่ตอบได้ละเอียดว่าเวลาแต่ละส่วนไปอยู่ที่ไหนมักเป็นทีมที่เข้าใจงานจริง

ลดงบโดยไม่ลดคุณภาพได้อย่างไร

  • แบ่งเป็นระยะ ทำ API ส่วนที่ธุรกิจได้ประโยชน์ทันทีก่อน เช่น ดูสินค้าและสั่งซื้อ แล้วค่อยเพิ่มส่วนรายงานหรือพาร์ทเนอร์ในรอบถัดไป
  • จัดข้อมูลเดิมให้เรียบร้อยก่อนเริ่ม งานทำความสะอาดข้อมูลที่ทีมภายในทำเองได้ช่วยลดเวลาของทีมพัฒนาได้มาก
  • ใช้บริการสำเร็จรูปในส่วนที่ไม่ใช่จุดต่าง เช่น ระบบล็อกอินหรือการส่งอีเมล แทนการเขียนใหม่ทั้งหมด
  • อย่าตัดเอกสารและการทดสอบ ส่วนนี้ประหยัดได้ตอนแรก แต่ทำให้ค่าแก้ไขและค่าเปลี่ยนทีมดูแลแพงขึ้นมากในภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ API สำเร็จรูปของผู้ให้บริการแทนการทำเองได้ไหม

ได้ถ้าความต้องการตรงกับที่บริการนั้นมีให้ เช่น ระบบชำระเงินหรือส่ง SMS แต่ข้อมูลและขั้นตอนเฉพาะของธุรกิจ เช่น สต็อกหลายคลังหรือราคาตามระดับลูกค้า ยังต้องมี API ของระบบเราเองที่เป็นตัวกลางเชื่อมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

หลังส่งมอบมีค่าใช้จ่ายอะไรอีก

หลัก ๆ คือค่าเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ ค่าบริการภายนอกที่คิดตามจำนวนครั้งที่เรียก และค่าดูแลเมื่อระบบภายนอกเปลี่ยนเวอร์ชันหรือธุรกิจเพิ่มความต้องการ ควรขอให้ทีมพัฒนาแยกรายการเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ใบเสนอราคา

ทำไมบางทีมขอเวลาประเมินก่อนให้ราคา

เพราะงาน API ขึ้นกับระบบเดิมที่มองจากภายนอกไม่เห็น ทีมที่ขอดูตัวอย่างข้อมูลหรือเอกสารระบบเดิมก่อนมักให้ราคาที่ใกล้ความจริงกว่าทีมที่ตอบราคาทันที

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจถึงเวลาต้องมี API หรือยัง อ่านAPI คืออะไร ธุรกิจต้องมีเมื่อไร และถ้ากำลังเลือกรูปแบบ อ่านREST กับ GraphQL เลือกแบบไหน ประกอบได้ ทีมงาน Smart Cyber Tech ประเมินและพัฒนา API ตามระบบจริงของธุรกิจ โดยดูข้อมูลและระบบเดิมก่อนเสนอขอบเขตงาน ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

สรุปสาระสำคัญ

  • ทำไมงาน API ที่ฟังดูเหมือนกันจึงมีงบต่างกันมาก
  • 6 ปัจจัยที่กำหนดค่าพัฒนา API
  • ปัจจัยไหนที่ผู้จ้างมักประเมินต่ำไป
เกี่ยวกับบทความเขียนโดยทีมงาน Smart Cyber Tech — เรียบเรียงจากการประเมินงานพัฒนา API ให้ลูกค้า · ดูบริการที่เกี่ยวข้อง
ภาพปกจัดทำโดยทีมงาน Smart Cyber Tech
มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้? เขียนหาเราได้ที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

API คืออะไร ธุรกิจต้องมีเมื่อไร: อธิบายแบบไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ พร้อม 6 สัญญาณว่าถึงเวลาลงทุนทำ API ให้ระบบของคุณ เว็บ

API คืออะไร ธุรกิจต้องมีเมื่อไร: อธิบายแบบไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ พร้อม 6 สัญญาณว่าถึงเวลาลงทุนทำ API ให้ระบบของคุณ

API (Application Programming Interface) คือช่องทางที่โปรแกรมหนึ่งใช้ขอข้อมูลหรือสั่งงานอีกโปรแกรมตามรูปแบบที่ตกลงกันไว้ ทำให้ระบบต่าง ๆ ของธุรกิจคุยกันเองได้โดยไม่ต้องมีคนคัดลอกข้อมูลไปมา ธุรกิจเริ่มต้องมี API เมื่อข้อมูลชุดเดียวกันถูกใช้ในหลายที่ เช่น มีทั้งเว็บและแอป ต้องส่งข้อมูลให้พาร์ตเนอร์ หรือพนักงานต้องคีย์ข้อมูลซ้ำหลายระบบทุกวัน บทความนี้อธิบายแบบไม่ใช้ศัพท์เทคนิค พร้อม 6 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาลงทุนแล้ว

อ่านบทความ
REST กับ GraphQL เลือกแบบไหนเมื่อจะทำ API ให้แอปและเว็บ: เทียบ 6 เรื่องที่มีผลต่อความเร็ว ค่าดูแล และความปลอดภัย พร้อมกรณีที่ควรใช้ทั้งสองแบบ เว็บ

REST กับ GraphQL เลือกแบบไหนเมื่อจะทำ API ให้แอปและเว็บ: เทียบ 6 เรื่องที่มีผลต่อความเร็ว ค่าดูแล และความปลอดภัย พร้อมกรณีที่ควรใช้ทั้งสองแบบ

REST และ GraphQL เป็นสองวิธีหลักในการออกแบบ API ที่ให้แอปมือถือและเว็บดึงข้อมูลจากระบบหลังบ้าน คำตอบสั้นคือ ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มที่ REST ได้ เพราะเรียบง่าย ใช้แคชได้ทันที และหาทีมดูแลง่าย ส่วน GraphQL คุ้มเมื่อหน้าจอเดียวต้องรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง และมีแอปหลายแบบที่ต้องการข้อมูลไม่เท่ากัน บทความนี้เทียบทั้งสองแบบใน 6 เรื่องที่มีผลกับผู้จ้างจริง พร้อมคำถามที่ควรถามทีมพัฒนาก่อนตัดสินใจ

อ่านบทความ
เชื่อมระบบหลังบ้านกับ LINE OA และโปรแกรมบัญชีผ่าน API: ข้อมูลหนึ่งออเดอร์ไหลอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง และจุดที่ทำให้งานเชื่อมระบบพังบ่อย เว็บ

เชื่อมระบบหลังบ้านกับ LINE OA และโปรแกรมบัญชีผ่าน API: ข้อมูลหนึ่งออเดอร์ไหลอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง และจุดที่ทำให้งานเชื่อมระบบพังบ่อย

ธุรกิจไทยจำนวนมากรับออเดอร์จากหลายช่องทาง แจ้งลูกค้าผ่าน LINE และออกเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ แต่ทั้งสามส่วนยังเชื่อมกันด้วยการคัดลอกข้อมูลด้วยมือ การเชื่อมผ่าน API ทำให้ออเดอร์หนึ่งรายการเดินจากหน้าร้านไปถึงข้อความแจ้งลูกค้าและใบกำกับภาษีได้เอง บทความนี้อธิบายว่าข้อมูลไหลอย่างไร LINE OA และโปรแกรมบัญชีทำอะไรได้บ้างเมื่อเชื่อมแล้ว และจุดที่ทำให้งานเชื่อมระบบพังบ่อยที่สุด

อ่านบทความ

ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจากทีมงาน

ตั้งแต่ประเมินระบบปัจจุบัน วางแผน จนถึงลงมือพัฒนา — คุยกับเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาทีมของเรา