SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

เลือกบริษัทรับทำแอปมือถืออย่างไร: 6 เรื่องที่ต้องตรวจก่อนจ้าง สัญญาณที่ควรระวัง และคำถามที่ควรถามในการคุยครั้งแรก

บริษัทรับทำแอปที่ดีดูได้จาก 6 เรื่อง คือ มีแอปที่ทำเสร็จและยังอยู่บนสโตร์ให้ลองใช้ ถามเรื่องผู้ใช้และธุรกิจก่อนเสนอราคา อธิบายได้ว่าควรทำแบบ Native หรือ Cross-platform เพราะอะไร ส่งแอปให้ลองบนเครื่องจริงเป็นรอบ ให้ผู้จ้างเป็นเจ้าของโค้ดและบัญชีสโตร์ และมีแผนดูแลหลังเปิดใช้เป็นลายลักษณ์อักษร บทความนี้อธิบายแต่ละเรื่องว่าตรวจอย่างไร และสัญญาณแบบไหนที่ควรระวัง

บริษัทรับทำแอปที่ดีดูได้จาก 6 เรื่อง คือ มีแอปที่ทำเสร็จและยังอยู่บนสโตร์ให้ลองใช้ ถามเรื่องผู้ใช้และธุรกิจก่อนเสนอราคา อธิบายได้ว่าควรทำแบบ Native หรือ Cross-platform เพราะอะไร ส่งแอปให้ลองบนเครื่องจริงเป็นรอบ ให้ผู้จ้างเป็นเจ้าของโค้ดและบัญชีสโตร์ และมีแผนดูแลหลังเปิดใช้เป็นลายลักษณ์อักษร บทความนี้อธิบายแต่ละเรื่องว่าตรวจอย่างไร และสัญญาณแบบไหนที่ควรระวัง

แอปมือถือเป็นงานที่อยู่กับธุรกิจหลายปี ต้องอัปเดตตาม iOS และ Android ทุกปี และมักต้องเชื่อมกับระบบหลังบ้าน การเลือกทีมจากราคาต่ำสุดอย่างเดียวจึงเสี่ยง เพราะค่าใช้จ่ายที่แท้จริงมักเกิดตอนแอปมีปัญหาแล้วไม่มีใครดูแล หรือต้องจ้างทีมใหม่มาแกะโค้ดเดิม

1. มีแอปที่ทำเสร็จและยังอยู่บนสโตร์ให้ลองใช้

ขอชื่อแอปที่ทีมทำให้ลูกค้าแล้วดาวน์โหลดมาลองเอง ดูว่าเปิดเร็วไหม ใช้งานลื่นบนเครื่องของเราไหม และอัปเดตล่าสุดเมื่อไร แอปที่อัปเดตสม่ำเสมอบอกว่าทีมยังดูแลงานหลังส่งมอบ ภาพหน้าจอในพอร์ตโฟลิโออย่างเดียวพิสูจน์ได้น้อยกว่าแอปที่ใช้งานได้จริง

2. ถามเรื่องผู้ใช้และธุรกิจก่อนเสนอราคา

ทีมที่เข้าใจงานจะถามว่าใครใช้แอป ใช้ทำอะไร ใช้บ่อยแค่ไหน และต้องเชื่อมกับระบบอะไร ก่อนจะพูดถึงราคา ถ้าได้ใบเสนอราคาภายในไม่กี่นาทีหลังส่งชื่อแอปที่อยากได้ แปลว่าราคานั้นยังไม่ได้คิดจากงานของเราจริง การเตรียมข้อมูลไว้ก่อนช่วยให้คุยได้เร็ว อ่าน<a href="article-mobile-app-preparation-checklist">ทำแอปมือถือต้องเตรียมอะไรบ้าง</a>ประกอบได้

3. อธิบายได้ว่าควรทำแบบ Native หรือ Cross-platform เพราะอะไร

ทีมที่ดีไม่ได้เสนอเทคโนโลยีเดียวกับทุกงาน แต่อธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทางกับงานของเราได้ ทั้งเรื่องงบ เวลา ประสิทธิภาพ และการดูแลระยะยาว ถ้าตอบได้แค่ว่าใช้แบบนี้เพราะถนัด ควรถามต่อว่าแล้วงานแบบไหนที่แนวทางนี้ไม่เหมาะ

4. ส่งแอปให้ลองบนเครื่องจริงเป็นรอบ

ถามว่าระหว่างพัฒนาจะได้ลองแอปเมื่อไรและบ่อยแค่ไหน ทีมที่ทำงานเป็นระบบจะส่งแอปทดลองผ่านช่องทางของสโตร์ เช่น TestFlight และ Internal testing ของ Google Play ทุกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ การได้ลองตั้งแต่ต้นทำให้เจอปัญหาเร็ว และไม่เจอเซอร์ไพรส์ตอนใกล้ส่งมอบ

5. ผู้จ้างเป็นเจ้าของโค้ดและบัญชีสโตร์

สัญญาควรระบุว่าซอร์สโค้ดเป็นของผู้จ้าง ส่งมอบพร้อมเอกสารวิธีติดตั้ง และแอปเผยแพร่ในบัญชีนักพัฒนาที่เป็นชื่อธุรกิจของผู้จ้าง ถ้าแอปอยู่ในบัญชีของทีมพัฒนา วันที่อยากเปลี่ยนทีมจะย้ายแอปยากมาก และอาจเสียรีวิวกับผู้ใช้เดิมไป

6. มีแผนดูแลหลังเปิดใช้เป็นลายลักษณ์อักษร

ถามว่าหลังส่งมอบรับประกันกี่เดือน แก้บั๊กอย่างไร ใช้เวลาตอบกลับนานแค่ไหน และการอัปเดตตาม iOS กับ Android เวอร์ชันใหม่คิดค่าบริการแบบไหน คำตอบที่ดีต้องเขียนลงสัญญาหรือข้อตกลงการดูแล ไม่ใช่แค่คำสัญญาปากเปล่า

สรุป: สิ่งที่ควรตรวจและสัญญาณที่ควรระวัง

6 เรื่องที่ควรตรวจก่อนเลือกบริษัทรับทำแอปมือถือ
เรื่องตรวจอย่างไรสัญญาณที่ควรระวัง
1. แอปที่ทำเสร็จดาวน์โหลดแอปที่ทีมเคยทำมาลองเองมีแต่ภาพหน้าจอ หาแอปจริงไม่เจอ
2. ถามก่อนเสนอราคาดูว่าถามเรื่องผู้ใช้และระบบเดิมไหมได้ราคาทันทีโดยไม่ถามอะไร
3. เลือกแนวทางพัฒนาขอให้อธิบายข้อดีข้อเสียกับงานของเราเสนอแบบเดียวกับทุกงาน
4. แอปทดลองถามรอบการส่งแอปให้ลองบนเครื่องจริงได้เห็นแอปครั้งแรกตอนส่งมอบ
5. ความเป็นเจ้าของตรวจสัญญาเรื่องโค้ดและบัญชีสโตร์แอปอยู่ในบัญชีของทีมพัฒนา
6. การดูแลหลังเปิดใช้ขอข้อตกลงการดูแลเป็นเอกสารตอบว่า มีปัญหาก็ทักมาได้ โดยไม่มีรายละเอียด

คำถามที่พบบ่อย

ควรขอใบเสนอราคาจากกี่เจ้า

สองถึงสามเจ้ากำลังดี ส่งรายการฟีเจอร์ชุดเดียวกันให้ทุกเจ้า แล้วเทียบทั้งราคา ขอบเขตงาน และคำถามที่แต่ละเจ้าถามกลับ เพราะคำถามบอกได้ว่าใครเข้าใจงานมากกว่า

ทีมฟรีแลนซ์กับบริษัทต่างกันอย่างไร

ฟรีแลนซ์เหมาะกับงานขนาดเล็กที่ขอบเขตชัด ส่วนแอปที่ต้องมีทั้งตัวแอป ระบบหลังบ้าน และการดูแลระยะยาว มักต้องการทีมที่มีหลายบทบาทและมีคนรับช่วงเมื่อคนหนึ่งไม่ว่าง

ถ้าแอปเดิมทำไว้แล้วแต่ทีมเดิมไม่ดูแลต่อ ทำอย่างไร

เริ่มจากรวบรวมซอร์สโค้ดและสิทธิ์เข้าบัญชีสโตร์ให้ครบ แล้วให้ทีมใหม่ประเมินสภาพโค้ดก่อนตัดสินใจว่าจะพัฒนาต่อจากของเดิมหรือทำใหม่บางส่วน

รู้แล้วว่าจะเลือกทีมอย่างไร อ่านเรื่องงบประกอบได้ที่ค่าทำแอปมือถือขึ้นกับอะไร ทีมงาน Smart Cyber Tech รับทำแอปมือถือให้ธุรกิจไทย พร้อมดูแลหลังขึ้นสโตร์ ส่งรายละเอียดแอปที่อยากทำมาคุยกันได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

สรุปสาระสำคัญ

  • 1. มีแอปที่ทำเสร็จและยังอยู่บนสโตร์ให้ลองใช้
  • 2. ถามเรื่องผู้ใช้และธุรกิจก่อนเสนอราคา
  • 3. อธิบายได้ว่าควรทำแบบ Native หรือ Cross-platform เพราะอะไร
เกี่ยวกับบทความเขียนโดยทีมงาน Smart Cyber Tech — เรียบเรียงจากประสบการณ์รับงานแอปมือถือและงานรับช่วงต่อจากทีมอื่น · ดูบริการที่เกี่ยวข้อง
ภาพปกจัดทำโดยทีมงาน Smart Cyber Tech
มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้? เขียนหาเราได้ที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค่าทำแอปมือถือขึ้นกับอะไร: 6 ปัจจัยที่ทำให้งบทำแอปต่างกันหลายเท่า และวิธีขอใบเสนอราคาให้เทียบกันได้จริง โมบาย

ค่าทำแอปมือถือขึ้นกับอะไร: 6 ปัจจัยที่ทำให้งบทำแอปต่างกันหลายเท่า และวิธีขอใบเสนอราคาให้เทียบกันได้จริง

ค่าทำแอปมือถือขึ้นกับ 6 ปัจจัยหลัก คือ จำนวนและความซับซ้อนของหน้าจอ แนวทางทำแอปสำหรับ iOS และ Android ระบบหลังบ้านและ API การเชื่อมกับระบบอื่น ระดับรายละเอียดของงานออกแบบ และการทดสอบกับการดูแลหลังเปิดใช้ แอปที่ชื่อเหมือนกันอย่าง แอปสะสมแต้ม จึงมีงบต่างกันได้หลายเท่า บทความนี้อธิบายว่าแต่ละปัจจัยทำให้งบขยับอย่างไร และควรเตรียมข้อมูลแบบไหนเพื่อให้ใบเสนอราคาจากหลายเจ้าเทียบกันได้

อ่านบทความ
ทำแอปมือถือต้องเตรียมอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนคุยกับทีมพัฒนา ให้ประเมินงานได้แม่น เริ่มงานเร็ว และไม่ติดขัดตอนส่งแอปขึ้นสโตร์ โมบาย

ทำแอปมือถือต้องเตรียมอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 6 เรื่องก่อนคุยกับทีมพัฒนา ให้ประเมินงานได้แม่น เริ่มงานเร็ว และไม่ติดขัดตอนส่งแอปขึ้นสโตร์

ก่อนจ้างทำแอปมือถือ ผู้จ้างควรเตรียม 6 เรื่อง คือ เป้าหมายและผู้ใช้ ฟีเจอร์ของเวอร์ชันแรก ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม เนื้อหาและแบรนด์ บัญชีนักพัฒนาบนสโตร์ และคนดูแลหลังเปิดใช้ ไม่ต้องเขียนเป็นเอกสารเทคนิค แค่ตอบให้ได้ว่าแต่ละเรื่องมีอะไรอยู่แล้วและอะไรยังขาด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละเรื่องต้องเตรียมแค่ไหน และถ้าข้ามไปจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทำแอป

อ่านบทความ
เลือกบริษัทรับพัฒนา API อย่างไร: 6 เรื่องที่ต้องตรวจก่อนจ้าง สัญญาณที่ควรระวัง และคำถามที่ควรถามในการคุยครั้งแรก เว็บ

เลือกบริษัทรับพัฒนา API อย่างไร: 6 เรื่องที่ต้องตรวจก่อนจ้าง สัญญาณที่ควรระวัง และคำถามที่ควรถามในการคุยครั้งแรก

ทีมรับพัฒนา API ที่ดีไม่ได้วัดจากราคาหรือจำนวนภาษาที่เขียนเป็น แต่วัดจากว่าเคยเชื่อมระบบแบบเดียวกับของเรามาก่อน ถามเรื่องข้อมูลก่อนเสนอราคา ทำความปลอดภัยเป็นค่าเริ่มต้น ส่งมอบเอกสารและชุดทดสอบ มีแผนเฝ้าระวัง และตกลงการดูแลหลังส่งมอบชัดเจน บทความนี้อธิบายทั้ง 6 เรื่อง พร้อมสัญญาณที่ควรระวังและคำถามที่ใช้ได้ทันทีในการคุยครั้งแรก

อ่านบทความ

ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาจากทีมงาน

ตั้งแต่ประเมินระบบปัจจุบัน วางแผน จนถึงลงมือพัฒนา — คุยกับเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาทีมของเรา