NASA เปิดตัว X-70 Fractal เครื่องบินทดลองมีนักบินที่ถอดเปลี่ยนชุดทดลองได้เร็ว บรรทุกอุปกรณ์ได้ราว 900 กิโลกรัม คาดขึ้นบินครั้งแรกภายในสองปี
NASA มีเครื่องบินทดลองตระกูล X ลำใหม่แล้ว ชื่อ X-70 Fractal จุดเด่นไม่ใช่ความเร็วหรือรูปทรงแปลกตา แต่คือการออกแบบให้ถอดชุดทดลองออกแล้วใส่ชุดใหม่ได้เร็ว ทีมวิจัยจึงทดสอบเทคโนโลยีการบินได้ต่อเนื่องหลายเรื่องโดยไม่ต้องสร้างเครื่องบินใหม่ทุกครั้ง NASA เปิดตัวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา และคาดว่าจะขึ้นบินครั้งแรกในนาม NASA ภายในสองปี
ที่มา: NASAหมวด: เทคโนโลยีใหม่
NASA มีเครื่องบินทดลองตระกูล X ลำใหม่แล้ว ชื่อ X-70 Fractal จุดเด่นไม่ใช่ความเร็วหรือรูปทรงแปลกตา แต่คือการออกแบบให้ถอดชุดทดลองออกแล้วใส่ชุดใหม่ได้เร็ว ทีมวิจัยจึงทดสอบเทคโนโลยีการบินได้ต่อเนื่องหลายเรื่องโดยไม่ต้องสร้างเครื่องบินใหม่ทุกครั้ง NASA เปิดตัวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา และคาดว่าจะขึ้นบินครั้งแรกในนาม NASA ภายในสองปี
เครื่องบินตระกูล X คือเครื่องบินที่สร้างขึ้นเพื่อพิสูจน์เทคโนโลยีใหม่ ไม่ได้ผลิตเพื่อใช้งานจริง ตัวอย่างที่คนรู้จักคือ Bell X-1 ที่บินเร็วกว่าเสียงเป็นครั้งแรกในปี 1947 X-15 ที่ใช้ศึกษาการบินความเร็วเหนือเสียงหลายเท่า และ X-59 ที่ NASA ใช้ทดลองลดเสียงบูมของเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงอยู่ในตอนนี้ ที่ผ่านมาเครื่องบิน X ส่วนใหญ่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์เดียว เมื่อทดสอบเสร็จก็จบภารกิจ X-70 เปลี่ยนแนวคิดนี้ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มกลางที่สลับโจทย์ได้
NASA เรียก X-70 ว่าแพลตฟอร์มวิจัยแบบมีนักบินที่ปรับเปลี่ยนโครงแบบได้อย่างรวดเร็ว หัวใจคือระบบควบคุมการบินที่ปรับค่าได้เร็ว ทำให้ทีมวิจัยศึกษาความคล่องตัวของเครื่องบินในแบบที่ NASA บอกว่ายังไม่เคยทดลองกับเครื่องบินที่มีคนบินมาก่อน ตัวเครื่องรับชุดทดลองได้สูงสุดราว 2,000 ปอนด์ หรือประมาณ 907 กิโลกรัม ทั้งในลำตัวและติดตั้งภายนอก
ผู้บริหาร NASA ระบุว่าการออกแบบแบบโมดูลและการสลับชุดทดลองภายในกับภายนอกได้เร็ว จะทำให้ทีมได้บิน ได้เรียนรู้ และขยับจากการทดลองหนึ่งไปอีกการทดลองหนึ่งได้เร็ว ขณะที่ผู้อำนวยการฝ่ายการบินของ NASA กล่าวว่าเครื่องบิน X เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีการบินมาหลายสิบปี และลำนี้จะช่วยเร่งงานวิจัยด้านการบินให้เร็วขึ้น ประเด็นที่น่าติดตามต่อคือ NASA จะเลือกทดลองเทคโนโลยีอะไรเป็นชุดแรก เพราะจะบอกทิศทางของการบินพาณิชย์และการบินขั้นสูงในอีกหลายปีข้างหน้า