SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

NASA เปิดรับข้อเสนอจากเอกชนให้ช่วยยืดอายุกล้องโทรทรรศน์ Hubble ทั้งดันวงโคจรให้สูงขึ้น ซ่อมเพิ่มความสามารถ และนำกลับลงมาอย่างปลอดภัยเมื่อหมดภารกิจ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble ที่ส่งภาพจักรวาลให้โลกมากว่า 36 ปี กำลังค่อย ๆ ตกลงมา เพราะไม่มีเครื่องยนต์ของตัวเอง NASA จึงเปิดรับข้อมูลจากบริษัทเอกชนเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ว่าใครมีความสามารถเข้าไปช่วยยืดอายุกล้อง ซ่อมให้ดีขึ้น หรือพากลับลงมาอย่างปลอดภัย ถือเป็นครั้งแรกที่ NASA มองการซ่อมบำรุงกล้องระดับนี้เป็นงานของภาคเอกชน

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble ที่ส่งภาพจักรวาลให้โลกมากว่า 36 ปี กำลังค่อย ๆ ตกลงมา เพราะไม่มีเครื่องยนต์ของตัวเอง NASA จึงเปิดรับข้อมูลจากบริษัทเอกชนเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ว่าใครมีความสามารถเข้าไปช่วยยืดอายุกล้อง ซ่อมให้ดีขึ้น หรือพากลับลงมาอย่างปลอดภัย ถือเป็นครั้งแรกที่ NASA มองการซ่อมบำรุงกล้องระดับนี้เป็นงานของภาคเอกชน

เอกสารที่ NASA ออกเป็นการขอข้อมูล (Request for Information) ยังไม่ใช่การจ้างงานหรือเลือกผู้ชนะ เปิดให้บริษัทส่งข้อมูลได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 หัวข้อที่ NASA อยากรู้มีสามเรื่อง คือดันกล้องขึ้นไปโคจรสูงกว่าเดิมเพื่อยืดอายุการใช้งาน เข้าไปซ่อมหรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มความสามารถ และเมื่อหมดภารกิจจริง ๆ จะพากล้องกลับลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศอย่างควบคุมได้หรือย้ายไปโคจรในจุดที่ปลอดภัย

Hubble ไม่มีระบบขับเคลื่อนสำหรับรักษาระดับวงโคจร แรงต้านจากบรรยากาศชั้นบนจึงดึงให้กล้องต่ำลงทีละน้อย การวิเคราะห์ของ NASA คาดว่ากล้องจะตกกลับเข้าชั้นบรรยากาศราวปี 2033 ถึง 2034 ภารกิจช่วยเหลือจึงต้องเกิดขึ้นภายในปี 2032 ครั้งสุดท้ายที่มีคนขึ้นไปซ่อม Hubble คือภารกิจกระสวยอวกาศปี 2009 และปัจจุบันไม่มีกระสวยอวกาศให้ใช้อีกแล้ว

เหตุผลที่ NASA หันมามองภาคเอกชน คือช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทอวกาศพัฒนาเทคโนโลยีจับและซ่อมดาวเทียมในวงโคจรได้ก้าวหน้าขึ้นมาก ผู้บริหาร NASA ระบุว่าต้องการวิธีที่คุ้มค่าในการยืดอายุของที่อยู่บนฟ้าอยู่แล้ว ควบคู่กับการพัฒนาภารกิจกล้องรุ่นถัดไป

สำหรับธุรกิจไทย โจทย์นี้คุ้นเคยกว่าที่คิด ระบบที่ลงทุนไปแล้วและยังใช้งานได้ดีมักคุ้มกว่าถ้ายืดอายุด้วยการดูแลและอัปเกรดเป็นช่วง ๆ แทนการรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด แต่ต้องวางแผนก่อนจะถึงจุดที่แก้ไม่ทัน เหมือนที่ NASA ต้องลงมือก่อนปี 2032 ทีมงาน Smart Cyber Tech ดูแลและอัปเกรดเว็บไซต์กับระบบเดิมให้ใช้งานต่อได้อย่างปลอดภัย ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก NASA Science — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: NASA · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาน Hera ของ ESA ถ่ายเห็นดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos กับ Dimorphos แยกกันได้ครั้งแรก ก่อนเข้าไปตรวจผลการชนของยาน DART เพื่อพัฒนาวิธีปกป้องโลก เทคโนโลยีใหม่

ยาน Hera ของ ESA ถ่ายเห็นดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos กับ Dimorphos แยกกันได้ครั้งแรก ก่อนเข้าไปตรวจผลการชนของยาน DART เพื่อพัฒนาวิธีปกป้องโลก

ถ้าวันหนึ่งมีดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าหาโลก มนุษย์ต้องรู้ให้แน่ว่าการชนเพื่อเบี่ยงวงโคจรได้ผลแค่ไหน ยาน Hera ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งถูกส่งไปตรวจผลการทดลองนี้ ถ่ายภาพเห็นดาวเคราะห์น้อยคู่ Didymos และ Dimorphos แยกเป็นสองดวงได้เป็นครั้งแรก ESA เผยแพร่ภาพเมื่อ 27 ตุลาคม 2026 ถือเป็นก้าวแรกของการเข้าไปเก็บหลักฐานถึงที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวนี้
อากาศยานไร้คนขับ Dragonfly ของ NASA ผ่านการบินจำลองเต็มรูปแบบครั้งแรก ซ้อมหาจุดลงจอดเองบนดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ ก่อนออกเดินทางปี 2028 เทคโนโลยีใหม่

อากาศยานไร้คนขับ Dragonfly ของ NASA ผ่านการบินจำลองเต็มรูปแบบครั้งแรก ซ้อมหาจุดลงจอดเองบนดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ ก่อนออกเดินทางปี 2028

อากาศยานใบพัดที่จะบินสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ต้องตัดสินใจเองทั้งหมด เพราะสัญญาณจากโลกใช้เวลาเดินทางนานเกินกว่าจะสั่งการแบบทันที NASA รายงานเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ว่า Dragonfly ผ่านการบินจำลองเที่ยวแรกแบบครบขั้นตอนเป็นครั้งแรก ตั้งแต่แยกตัวจากเปลือกหุ้ม สำรวจหาจุดลงจอดที่ปลอดภัย บินวนกลับ จนลงจอด โดยใช้ซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ที่ใกล้เคียงของจริงที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา

อ่านข่าวนี้
NASA พบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในระบบสุริยะ กว้าง 222 เมตรบนดวงจันทร์ เกิดจากหินขนาดตึก 3-6 ชั้นชนเมื่อปี 2024 เทคโนโลยีใหม่

NASA พบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกในระบบสุริยะ กว้าง 222 เมตรบนดวงจันทร์ เกิดจากหินขนาดตึก 3-6 ชั้นชนเมื่อปี 2024

ยานสำรวจดวงจันทร์ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ของ NASA พบหลุมอุกกาบาตที่เพิ่งเกิดใหม่ซึ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยบันทึกได้ในระบบสุริยะ หลุมนี้กว้างราว 222 เมตร ลึกราว 43 เมตร เกิดจากดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่าตึก 3 ถึง 6 ชั้นพุ่งชนขอบด้านตะวันออกของดวงจันทร์ระหว่างวันที่ 11 เมษายนถึง 22 พฤษภาคม 2024 นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าการชนขนาดนี้เกิดขึ้นราวหนึ่งครั้งในร้อยปีหรือนานกว่านั้น งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 สำหรับคนทั่วไป นี่คือหลักฐานว่าดวงจันทร์ยังถูกชนอยู่ตลอด และเป็นตัวอย่างชั้นดีของการหาสิ่งผิดปกติจากภาพจำนวนมหาศาลด้วยซอฟต์แวร์เทียบภาพก่อน-หลัง

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน