SCT

กำลังเตรียมประสบการณ์ดิจิทัล

Google อัปเดต Android Bench ชุดทดสอบ AI เขียนแอป Android จากงานจริง 30 ชิ้น โมเดลที่ดีที่สุดยังทำสำเร็จแค่ 40% สะท้อนว่างานแอปยังต้องมีคนตรวจ

ผู้ช่วย AI เขียนโค้ดเก่งขึ้นเร็วมาก แต่ถ้าให้ทำงานแอปมือถือจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ผลยังห่างจากที่หลายคนคาด Google อัปเดตผลของ Android Bench ชุดทดสอบที่วัดว่าโมเดล AI ทำงานพัฒนาแอป Android ได้ดีแค่ไหน เมื่อ 26 ตุลาคม 2026 งานทดสอบ 30 ชิ้นสร้างจากแอปโอเพนซอร์สที่ใช้งานจริง และโมเดลที่ได้อันดับหนึ่งทำงานผ่านครบได้ราว 40% ของรอบทดสอบเท่านั้น

ผู้ช่วย AI เขียนโค้ดเก่งขึ้นเร็วมาก แต่ถ้าให้ทำงานแอปมือถือจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ผลยังห่างจากที่หลายคนคาด Google อัปเดตผลของ Android Bench ชุดทดสอบที่วัดว่าโมเดล AI ทำงานพัฒนาแอป Android ได้ดีแค่ไหน เมื่อ 26 ตุลาคม 2026 งานทดสอบ 30 ชิ้นสร้างจากแอปโอเพนซอร์สที่ใช้งานจริง และโมเดลที่ได้อันดับหนึ่งทำงานผ่านครบได้ราว 40% ของรอบทดสอบเท่านั้น

Android Bench 2.0 แบ่งงานเป็นสี่กลุ่ม คือแปลงแอปจาก Flutter หรือ React Native มาเป็นแอป Android แบบ Native สร้างแอปหรือฟีเจอร์ใหม่ เช่น แอปสั่งอาหาร ย้ายโค้ดไปใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น จากหน้าจอแบบ XML ไปเป็น Jetpack Compose หรือจาก Java ไปเป็น Kotlin และเพิ่มฟีเจอร์เฉพาะทาง เช่น เล่นวิดีโอ ใช้กล้อง และการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ งานทั้งหมดสร้างบนแอปจริงอย่าง Bitwarden, Signal, WordPress และ Pocket Casts ไม่ใช่โจทย์ฝึกหัดสั้น ๆ

แต่ละงานรันประมาณ 5 รอบ ตัวชี้วัดหลักมีสองตัว อัตราผ่าน (pass rate) คือสัดส่วนรอบที่งานผ่านการตรวจครบ ส่วนอัตราความคืบหน้า (completion rate) วัดว่าแต่ละรอบไปได้ใกล้คำตอบแค่ไหนแม้ไม่ผ่าน ผลที่น่าสนใจคือหลายโมเดลทำงานได้เกิน 80% ของแต่ละงาน แต่ส่วนสุดท้ายไม่ผ่านการทดสอบ จึงนับว่าไม่สำเร็จ ในการอัปเดตครั้งนี้ Google เพิ่มข้อมูลระดับการใช้เหตุผลที่ตั้งให้แต่ละโมเดล และแสดงค่าใช้จ่ายต่อการรันครบหนึ่งชุดให้เทียบได้ด้วย

ตารางล่าสุด Claude Sonnet 5.5 ได้อัตราผ่าน 40% ตามด้วย Claude Opus 5.5 ที่ 37.3% และ GPT 6.1 Sol ที่ 29.3% ส่วน Gemini 4 Argon ของ Google เองอยู่ที่ 21.3% ค่าใช้จ่ายต่างกันมาก ตั้งแต่ราว 100 ดอลลาร์ไปจนถึงกว่า 1,500 ดอลลาร์ต่อการรันครบชุด และเวลาที่ใช้ต่างกันตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายสิบชั่วโมง ทีมที่เลือกเครื่องมือจึงต้องชั่งทั้งคุณภาพ เวลา และต้นทุน ไม่ใช่ดูอันดับอย่างเดียว

สำหรับธุรกิจไทยที่กำลังจะทำแอป ผลทดสอบนี้บอกว่า AI ช่วยให้ทีมพัฒนาทำงานเร็วขึ้นได้จริง แต่งานแอปทั้งระบบยังต้องมีนักพัฒนาที่ตรวจ ทดสอบบนเครื่องจริง และรับผิดชอบผลงาน อ่านเปรียบเทียบแนวทางทำแอปเพิ่มได้ที่ทำแอป Native หรือ Cross-platform เลือกอย่างไร ทีมงาน Smart Cyber Tech พัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ AI ช่วยเร่งงาน พร้อมคนตรวจคุณภาพทุกขั้น ปรึกษาได้ที่ แบบฟอร์มติดต่อ

แหล่งข่าวเรียบเรียงจาก Android Developers — อ่านต้นฉบับ
ภาพปก: 9to5Google (ภาพประกอบจากงาน MWC 2026) · ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของเจ้าของต้นฉบับ ใช้ประกอบการรายงานพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา
เนื้อหาบนหน้านี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงเพื่อผู้อ่านชาวไทย หากพบข้อผิดพลาดโปรดแจ้งที่ info@smart-cyber-tech.com
บริการที่เกี่ยวข้องจากทีมงาน Smart Cyber Tech

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI รุ่นใหญ่ที่สุด เน้นงานยาวหลายขั้นตอน เขียนโค้ดและวิเคราะห์วิดีโอได้ดีขึ้น ตอบได้ยาวถึง 1 ล้านโทเคน ปัญญาประดิษฐ์

Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI รุ่นใหญ่ที่สุด เน้นงานยาวหลายขั้นตอน เขียนโค้ดและวิเคราะห์วิดีโอได้ดีขึ้น ตอบได้ยาวถึง 1 ล้านโทเคน

การแข่งขันโมเดล AI ขยับจากการตอบคำถามสั้น ๆ ไปสู่การทำงานยาวหลายขั้นตอนแทนคน Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดลระดับแนวหน้า (frontier model) รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องคิดต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น เขียนและแก้โค้ดทั้งโปรเจกต์ ค้นคว้ากฎหมาย วิเคราะห์การเงิน และทำความเข้าใจวิดีโอ จุดที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือตอบกลับได้ยาวสูงสุด 1 ล้านโทเคนต่อครั้ง จากเดิม 64,000 โทเคน โทเคนคือหน่วยย่อยของข้อความที่โมเดลใช้นับความยาว

อ่านข่าวนี้
Google ยกเครื่องการดีบักแอป Android ผ่าน Wi-Fi เชื่อมต่อสำเร็จเพิ่มขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์ และไม่หลุดง่ายเมื่อเปลี่ยนเครือข่าย เครื่องมือนักพัฒนา

Google ยกเครื่องการดีบักแอป Android ผ่าน Wi-Fi เชื่อมต่อสำเร็จเพิ่มขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์ และไม่หลุดง่ายเมื่อเปลี่ยนเครือข่าย

นักพัฒนาแอป Android ที่เคยยอมกลับไปเสียบสาย USB เพราะการดีบักผ่าน Wi-Fi หลุดบ่อย มีเหตุผลให้ลองใหม่แล้ว Google ปรับระบบดีบักไร้สายเป็น ADB Wi-Fi 2.0 ที่เชื่อมต่ออัตโนมัติสำเร็จบ่อยขึ้นราว 32 เปอร์เซ็นต์ และปิดตัวเองเมื่อเครื่องไปอยู่บนเครือข่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ ใช้ได้กับ Android 17 ขึ้นไป

อ่านข่าวนี้
Android 17 ปิดทางแอปมิจฉาชีพยึดเครื่อง: โหมด Advanced Protection ให้ใช้สิทธิ์ Accessibility ได้เฉพาะแอปช่วยการเข้าถึงตัวจริง พร้อมกันเสียบ USB ตอนล็อกจอ ความปลอดภัย

Android 17 ปิดทางแอปมิจฉาชีพยึดเครื่อง: โหมด Advanced Protection ให้ใช้สิทธิ์ Accessibility ได้เฉพาะแอปช่วยการเข้าถึงตัวจริง พร้อมกันเสียบ USB ตอนล็อกจอ

แอปดูดเงินที่ระบาดในไทยหลายตัวทำงานด้วยการหลอกให้เหยื่อเปิดสิทธิ์ Accessibility แล้วใช้สิทธิ์นั้นกดแอปธนาคารแทนเจ้าของเครื่อง Google เพิ่มการป้องกัน 6 อย่างให้โหมด Advanced Protection บน Android 17 และอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดคือการจำกัดสิทธิ์นี้ให้ใช้ได้เฉพาะแอปที่เป็นเครื่องมือช่วยการเข้าถึงจริง เช่น โปรแกรมอ่านหน้าจอ ส่วนแอปอื่นจะขอสิทธิ์นี้ไม่ได้อีกต่อไปเมื่อเปิดโหมดนี้ไว้

อ่านข่าวนี้

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมของเรายินดีให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้กระทบระบบของคุณอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

สอบถามทีมงาน